hostneverdie

weltrade

siamfocus

ตอนที่ 62 (บทความ) _ ปลูกได้ ก็อยากให้ปลูก



ปลูกได้ ก็อยากให้ปลูก

     ไม่ได้จะเขียนเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ หรือปลูกต้นรักนะครับ แต่จะเขียนเกี่ยวกับการปลูกจิตสำนึก และความกล้าต่างหากล่ะครับ

     เมื่อวันก่อน มีข่าวที่ทั่วโลกชื่นชมที่ว่า "กองเชียร์ฟุตบอลชาวญี่ปุ่น เก็บขยะบนอัฒจันทร์จนสะอาด หลังจากที่เชียร์ทีมฟุตบอลของตัวเองจบแล้ว" บางคนอ่านแล้วก็ชื่นชม แต่บางคนอ่านแล้วก็ตลก คิดไปซะว่าจะทำไปทำไม เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดก็มาจัดการเองแหละ

     ครับ ถูกต้องครับ ผมไม่เถียงหรอกครับว่า มันเป็นเรื่องตลก เพราะยังไงๆเดี๋ยวเจ้าหน้าที่ทำความสะอาด ก็ต้องมาจัดการอยู่ดี แต่สิ่งที่เห็นได้ชัด และควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างก็คือ ความมีจิตสำนึกที่ดี และความกล้ายังไงล่ะครับ

     ในความตลกนั้น มีจิตสำนึกที่อยู่อย่างเต็มเปี่ยม คนญี่ปุ่นกลุ่มนั้นไปใช้สถานที่ของคนอื่น ไปทำให้สถานที่ของคนอื่นสกปรก แต่พอใช้เสร็จแล้ว แทนที่จะสะบัดตูดหนีไปเลยก็ได้ ทำเหมือนคนอื่นๆทั่วไปที่เค้าทำกัน แต่พวกเขากลับถูกปลูกจิตสำนึกที่ดี ในการรักษาความ

สะอาด ในการเคารพเจ้าของสถานที่ ช่วยกันเก็บขยะจนสถานที่ที่พวกเขายืมใช้เชียร์ฟุตบอลสะอาด

     หากใครคิดว่าที่พวกเขานั้นทำเป็นเรื่องตลก มันก็คงเป็นเรื่องตลกที่ทั่วโลกชื่นชม และหากมีการเลียนแบบสิ่งดีๆนี้เกิดขึ้น มันก็น่าจะดีไม่ใช่เหรอครับ

     มองย้อนกลับมาที่คนไทยแบบพวกเรา พวกเราเคยมีคนปลูกจิตสำนึกที่ดีแบบนั้นบ้างรึเปล่า ลองคิดๆดู ก็มีนะครับ แต่จะมาก จะน้อย ก็แล้วแต่ว่าใครอยู่ในสังคมแบบไหน มีการสอนกันปากเปียกปากแฉะ แต่การกระทำที่ได้เห็นไม่ได้เป็นตัวอย่าง หรือแบบอย่างที่ดีเลย

สอนกันเท่าไหร่ ก็คงจะไร้ประโยชน์ครับ สู้ทำสิ่งดีๆให้เห็นเป็นตัวอย่างกันเลยจะดีกว่าครับ แล้วจิตสำนึกที่ดี ก็จะถูกจดจำ และเอาเป็นแบบอย่าง ไปทำสิ่งดีๆต่อๆกันไป

     แต่เอาเข้าจริงๆ ปลูกแค่จิตสำนึกอย่างเดียวมันไม่พอครับ มันต้องปลูกความกล้าเข้าไปด้วย กล้าที่จะแตกต่าง กล้าที่จะไม่อาย กล้าที่จะไม่สนใจคำพูด คำเหน็บแนม คำนินทาของคนอื่น สิ่งนี้แหละครับที่ควรปลูกฝังร่วมกับจินสำนึกที่ดี

     ถามว่า แล้วความกล้าจะปลูกยังไงล่ะครับ ผมเองก็ตอบไม่ได้หรอกครับ ว่ามันจะปลูกยังไง แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่คนไทย และสังคมไทยทำได้ก็คือ หยุดเหน็บแนม หยุดนินทา แล้วหันมาชื่นชมคนที่มีจิตสำนึกที่ดี ทำสิ่งดีๆแทนจะดีกว่า แค่นั่นแหละครับ ความกล้าที่จะทำสิ่งดีๆ

ของคนไทยมันก็จะเกิดขึ้นมาเอง

     แล้วเมื่อความกล้า รวมพลังกับจิตสำนึกที่ดี สิ่งดีๆก็จะเกิดขึ้นในสังคมแน่นอนครับ

     อย่ามัวแต่ชื่นชมชาติอื่นๆที่เขาทำดี แล้วกลับเหน็บแนม ว่าร้ายคนชาติเดียวกันที่ทำดี หันมาชื่นชมกันดีกว่าครับ แล้วสังคมไทยก็น่าจะดีขึ้นมากกว่านี้แน่นอนครับ

ตอนที่ 61 (บทความ) _ เล่าสู่กันฟัง



เล่าสู่กันฟัง

     ช่วงนี้ฟุตบอลโลก 2014 กำลังฟีเวอร์ ผมก็ขอเขียนถึงสักหน่อยก็แล้วกันนะครับ แล้วก็คงจะเขียนถึงอีกเรื่อยๆ จนจบการแข่งขันโน้นล่ะครับ

     ผ่านไปแล้ว 4 วัน สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล ผลการแข่งขันของหลายๆคู่ก็ทำแฟนบอลช็อกไปเหมือนกัน แต่คู่เปิดสนามผลการแข่งขันไม่พลิกล็อกครับ บราซิลชนะไปได้ตามคาด แต่ระหว่างเกมการแข่งขันสิครับ มีเหตุการณ์ช็อกแฟนบอลนิดหน่อย เมื่อโครเอเชียได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 จากการทำเข้าประตูตัวเองของบราซิล แต่จบเกมก็ตามคาดครับ บราซิลพลิกกลับมาชนะ 3-1

     วันที่สองของการแข่งขัน มีช็อกครับ เมื่อแชมป์เก่าสเปน ที่ออกนำไปก่อน 1-0 แต่จบไม่สวย โดนฮอลแลนด์พลิกถล่มเละถึง 1-5 กันเลยทีเดียว ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสเปนนะครับ ที่อยู่ๆก็เครื่องรวน เล่นบอลกันไม่เป็น โดนฮอลแลนด์ไล่ถลุงซะหาทางออกจากสนามแทบไม่เจอ เมื่อผลออกมาแบบนี้ ฮอลแลนด์ก็คงมีโอกาสเข้ารอบสดใสแล้วล่ะครับ ส่วนสเปนถ้ายังสลัดความผิดหวังไม่ได้ นัดหน้าเจอ ชิลี ก็อาจจะแพ้อีก เก็บกระเป๋ากลับบ้านได้เลย

     พูดถึงญี่ปุ่นสักนิด ในฐานะทีมจากเอเชียที่มีแฟนบอลชาวไทยไม่น้อยตามเชียร์อยู่ ญี่ปุ่นแม้จะแพ้ในนัดแรก แต่รูปเกมก็ถือว่าดีเลยทีเดียว หากอีกสองนัดญี่ปุ่นมีแรงฮึดสู้ ก็ไม่แน่ว่า ญี่ปุ่นอาจจะผ่านเข้ารอบต่อไปก็ได้นะครับ

     ในวันที่สาม มีทีมขวัญใจมหาชนอย่างอังกฤษลงเตะ ก็ทำแฟนบอลผิดหวังไปครับ เมื่อแพ้อิตาลี 1-2 ซึ่งถ้าพูดกันตามความจริงแล้ว หลายๆคนก็คงมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะอังกฤษก็มักทำอะไรให้ผิดหวังอยู่บ่อยๆ แต่ที่ช็อกก็คือ อุรุกวัยที่แพ้ให้กับ คอสตา ริก้า ถึง 1-3 นี่สิครับ ซึ่งผลการแข่งขันออกมาแบบนี้ ทำให้นัดหน้าที่อังกฤษ จะเจอกับอุรุกวัย จึงกลายเป็นนัดตัดสินทันที ว่าทีมไหนจะมีโอกาสผ่านเข้ารอบต่อไป หากจะมองกันตามผลงานในนัดล่าสุดแล้ว อังกฤษดูมีโอกาสเก็บชัยชนะมากกว่าอุรุกวัย เพราะอังกฤษแพ้อิตาลี ซึ่งก็ไม่ได้เป็นต่อเลย แต่อุรุกวัยที่แพ้คอสตา ริก้า ทั้งๆที่เป็นต่ออยู่เยอะนี่สิ น่าห่วงกว่า

     และล่าสุดในวันที่สี่ วันที่ผมนั่งเขียนบทความนี้ออกมา ทีมใหญ่อย่างฝรั่งเศส และอาร์เจนติน่า ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เมื่อสามารถเอาชนะได้ทั้งคู่ แต่ที่น่าห่วงก็คือ อาร์เจนติน่า ที่ฟอร์มยังไม่ถือว่าดีมาก แต่ก็เชื่อว่าคงผ่านเข้ารอบต่อไปได้แน่นอน

     พักเรื่องฟุตบอลโลกเอาไว้เท่านี้ก่อน ค่อยเขียนถึงอีกในวันหน้า แต่ตอนนี้ของเขียนถึง คนไทยกับของฟรี ทิ้งท้ายกันสักหน่อย เรื่องนั้นก็คือ การที่ คสช. เปิดให้ชมภาพยนต์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชฟรีนั่นเอง พูดกันตามตรงเลยว่า คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ ของฟรีรอบแรกไม่ได้ ก็จะเอาของฟรีรอบที่สอง จนทางโรงภาพยนต์ ทหาร หรือผู้ที่เกี่ยวข้องทนไม่ได้ ต้องยอมให้ดูฟรีเพิ่มอีก 1 รอบ เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีคนเรียกร้องให้ฟรีอีกสักรอบ หรือสองรอบ เพราะยังไม่ได้ดู

     เออ...เข้าใจนะครับว่า ของฟรีใครๆก็ชอบ แต่ภาพยนต์ทำออกมา ก็ต้องการรายได้นะครับ นี่กะจะดูฟรีกันอย่างเดียวเลยจริงๆเหรอครับ ผมว่ามันไม่ใช่แล้วมั้งครับ ถึงจะเป็นการคืนความสุขให้กับประชาชน แต่มันก็ต้องมีข้อจำกัดกันบ้างนะครับ คนไทยอย่าเห็นแก่ได้มากไปนะครับ เดี๋ยวจากที่จะคืนความสุข ก็จะกลายเป็นปาดหมางกันขึ้นมาอีกจนได้หรอกครับ

     คนไทยรักกันนะครับ ควรอยู่ในกฏ กติกา อยู่อย่างพอเพียงกันนะครับ

ตอนที่ 60 (เรื่องสั้น) _ หลบหน่อย พระเอกมา


หลบหน่อย พระเอกมา

     "ไปๆๆๆ" หัวหน้าหน่วยสวาท โบกมือให้ลูกน้องรีบวิ่งเข้าไปในตัวตึกที่มีคนร้ายปล้นธนาคารหลบซ่อนตัวอยู่

     "เคลียร์ !!!" หน่วยสวาทเข้าเคลียร์เส้นทางที่จะขึ้นไปชั้นบนของตึกทีละชั้นๆ จนมาถึงชั้นบนสุด ชั้นที่คาดว่าคนร้ายน่าจะหลบซ่อนตัวอยู่

     "ชู่...เงียบๆ" หัวหน้าหน่วยสวาทบอกให้ลูกน้องเงียบๆ แล้วโบกมือให้ลูกน้องแยกกันไปทางซ้าย และขวาของชั้นนี้ เพื่อตรึงพื้นที่ล้อมจับคนร้าย

     "โครม !!!" หัวหน้าหน่วยสวาทพังประตูห้องที่คาดว่าคนร้ายน่าจะหลบซ่อนตัวอยู่ แต่สิ่งที่หัวหน้าหน่วยสวาท และลูกน้องเจอคือ ถังน้ำแข็งที่มีน้ำแข็งอยู่เต็มถัง แช่น้ำอัดลมไว้หลายกระป๋อง พร้อมข้อความที่ว่า "เห็นวิ่งขึ้นมาเหนื่อยๆ พักดื่มน้ำก่อนนะ แล้วค่อยกลับไปพักผ่อนต่อที่บ้าน รัก และเป็นห่วงนะ จุ๊บๆ"

     "โธ่ เว้ย !!!" หัวหน้าหน่วยสวาทโมโหมาก แต่ก็เหอะนะ ตึกทั้งตึกมีห้องเกือบร้อยห้อง ทำไม๊ทำไมหน่วยสวาทมาถูกห้องได้ล่ะเนี่ย แปลกจริงน้อ

     คำเตือน...เรื่องสั้นเรื่องนี้ แต่งเอาฮา โปรดอยู่ในความอารมณ์ดี อย่าจริงจังมากไป เดี๋ยวไม่สนุกนะเออ ตึงโป๊ะ

     "ทีมหน่วยสวาทที่ขึ้นชื่อว่า เก่งที่สุดในบรรดาหน่วยสวาทที่มีทั้งหมด ยังสิ้นท่า จับคนร้ายปล้นธนาคารแค่นี้ไม่ได้เนี่ยนะ เหอะ...กระจอกสิ้นดี" คนร้ายคนหนึ่งที่ถูกหน่วยสวาททีมนี้จับตัวมา พูดเยาะเย้ยหัวหน้าหน่วยสวาท

     "อย่าพูดมากน่า ถ้าฉันไม่จนแต้มจริงๆ ฉันคงไม่มาขอความช่วยเหลือจากนายหรอก ทอม" หัวหน้าหน่วยสวาท พูดกับ ทอม คนร้ายปล้นธนาคารที่เขาเป็นคนจับมาได้เองกับมือ

     "ไม่ไหวจริงๆเหรอ เบน คนร้ายคนที่นายตามจับอยู่เนี่ย" ทอม ถามเบน ซึ่งเขาก็คือ หัวหน้าหน่วยสวาทนั่นเอง

     "ไม่ไหวจริงๆ ตามจับมา 5 รอบแล้ว มันหนีไปได้ตลอด" เบน ยอมแพ้จริงๆ จนต้องมาขอให้ทอมช่วย

     "แปลกเนอะ ฉันเป็นคนร้าย แถมยังเก่งอีกต่างหาก แต่ดันโดนนายจับได้ แล้วพอนายตามจับคนร้ายคนอื่นไม่ได้ นายก็ต้องมาขอให้คนร้ายอย่างฉันไปเป็นพระเอกตามจับคนร้ายแทนนาย บทมันแปลกๆเนอะ ทำไมต้องให้ฉันเป็นคนไม่ดีมาก่อนด้วยเนี้ย ไม่เข้าใจจริงๆ" ทอม บ่นกับเบน ถึงเรื่องความแปลกของตัวเอง

     "เอาน่า ก็มันเป็นบท นายเป็นพระเอกของเรื่อง ยังไงๆคนก็ต้องชื่นชอบนายแหละ ไม่ว่านายจะเป็นคนไม่ดีแค่ไหน ก่อนจะมาเป็นพระเอกก็เถอะ" เบน พูดไปก็น้อยใจไป ทั้งๆที่ตัวเองมีความสามารถจับคนที่เก่งที่สุดของเรื่องอย่างทอมได้แท้ๆ แต่ดันกระจอกทันที เมื่อต้องตามจับคนร้ายคนใหม่อีกคน

     "ถ้าฉันจับคนร้ายคนใหม่นี้ได้ ฉันจะได้อะไรตอบแทนล่ะ" ทอม ขอสิ่งตอบแทนจากเบน เพื่อตัดสินใจว่าจะช่วย หรือไม่ช่วย

     "นายอยากได้อะไร ลองเสนอมาก่อน ถ้าฉันให้ได้ ฉันก็จะให้" เบน ถามกลับไป

     "อืม ฉันอยากได้น้องเมียของนาย โอเครึเปล่า" ทอม อยากได้น้องเมียของเบน ที่เป็นถึงพริตตี้อันดับต้นๆของวงการพริตตี้

     "เฮ้ยๆ ไม่ได้ๆ น้องเมียเป็นของมีค่า เอาแบบนี้ดีกว่า ฉันยกเมียของฉันให้แทนก็แล้วกัน โอเครึเปล่า" เบน รีบตอบปัดข้อเสนอของทอมทันที แล้วก็ยื่นข้อเสนอใหม่ให้ทอมแทน

     "อั๊ยยะ ขอเป็นลดโทษให้ฉันเหลือ 1 ใน 3 จะดีกว่านะ ถ้าจะเอาเมียของนายมาเป็นสิ่งตอบแทนน่ะ" ทอม รีบตอบปัดทันทีเหมือนกัน แล้วก็ยื่นข้อเสนอใหม่กับเบน

     "ตามนั้นก็ได้ ฉันจะลดโทษให้นายเหลือ 1 ใน 3 ถ้านายทำสำเร็จ" เบน ตอบตกลงข้อเสนอของทอม

     "นายนี่เก่งเนอะ เป็นแค่หัวหน้าหน่วยสวาท แต่มีอำนาจล้นมือเลย สามารถลดโทษให้ฉันได้ด้วย สุดยอดๆ" ทอม ยกนิ้วให้เบนว่าสุดยอดมาก แต่ทอมยกนิ้วกลางให้แทนนิ้วโป้ง

     "ผิดนิ้วแล้วมั้งทอม แต่อำนาจฉันก็เยอะจริงๆนั่นแหละ เยอะแบบ งงๆ ลองสลับกันดูมั้ยล่ะ" เบน ถามทอม

     "ไม่ล่ะ ฉันอยากเป็นพระเอกมากกว่า ถึงจะเป็นคนร้ายติดคุก แต่บทเด่นกว่านายเยอะ" ทอม บอกปัด เพราะเป็นพระเอกเก่งกว่า และดังกว่า

     ทอม กับ เบน มองหน้ากัน แล้วก็ต่างคนต่างหัวเราะออกมาเสียงดัง

     "หัวหน้าครับ ทางตำรวจแจ้งมาว่า คนร้ายคนเดิมไปปล้นธนาคารอีกแล้วครับ ตำรวจขอกำลังสนับสนุนจากเราครับ" ลูกน้องบอกกับเบน

     "ไปเอาตัวทอมมาได้แล้ว เราจะต้องจับคนร้ายคนนี้ให้ได้ภายในวันนี้" เบน สั่งลูกน้อง

     "ทอม ฉันไว้ใจนายนะ ว่านายจะไม่หนี ฉันเชื่อว่านายคงมีแผนในการตามจับคนร้ายคนนี้อยู่แล้วแน่นอน เราจะแยกย้ายกันไปตามแผนของใครของมัน พอเสร็จงานแล้ว ก็กลับมาเจอกันที่นีนะ" เบน จะแยกกับทอม เพื่อไปจับคนร้าย เพราะเชื่อว่าทอมคงมีวิธีของตัวเองอยู่ เหมือนที่เค้าชอบพูดกันว่า ผีเห็นผี ซึ่งในกรณีนี้ก็คือ คนร้ายปล้นธนาคารอย่างทอม ต้องรู้ถึงวิธีของคนร้ายที่ปล้นธนาคารอีกคนแน่นอน

     "ถ้าฉันจะหนีนายไป ฉันก็หนีไปได้ไม่ไกล แล้วก็หนีได้ไม่นานหรอก เพระยังไงๆ บทของฉันก็ต้องโดนนายไล่จับกลับมาติดคุกอยู่ดีแหละ เฮ้อ เบื่อบทพระเอกจริงๆเลย" ทอม ส่ายหน้า แล้วก็ทำท่ายักไหล่

     "พอเลยๆไม่ต้องพูดมาก ไปๆ ทำงานไล่จับคนร้ายกันได้แล้ว" เบน เริ่มหมั่นใส้ทอมขึ้นมานิดๆ

     "มีสาว เอ้ย สายแจ้งมาว่า คนร้ายหนีเข้าไปในตึกตรงหัวมุมถนนที่มีร้านเซเว่นฯ เปิดอยู่ครับ" ลูกน้องของเบนรายงาน หลังจากที่เบนกับทอมแยกย้ายกันออกตามจับคนร้ายมาได้สักระยะหนึ่ง

     "ตึกอีกแล้ว 5 ครั้งที่ผ่านมาก็ตามจับมันไม่ได้เพราะ ตึกนี่แหละ คราวนี้ตึกมีกี่ชั้นอีกล่ะ" เบน ถามลูกน้อง

     "อ้าว หัวหน้าไม่รู้จริงๆเหรอครับ ผมว่าหัวหน้าก็น่าจะผ่านหน้าตึกบ่อยอยู่นะครับ" ลูกน้องย้อนถามเบน

     "คือแบบ ในบทของหัวหน้าเนี่ย ไม่รู้ว่าเป็นอะไร มันจะดูโง่ๆกว่าลูกน้องของตัวเองอยู่สักหน่อย อะไร ยังไง ที่ไหน บทหัวหน้าจะไม่ค่อยรู้หรอก แต่คนที่รู้คือ ลูกน้องโน้น เอาล่ะ ตึกที่ว่าเนี่ย มีกี่ชั้น" เบน เซ็งกับตัวเองจริงๆ ที่แค่นี้ก็ไม่รู้ ว่าตึกมีกี่ชั้น

     "ตึกตรงหัวมุม มีอยู่ 5 ชั้นครับ แต่เปิดเป็นออฟฟิตให้เช่า 2 ชั้นแรก ส่วนอีก 3 ชั้นที่เหลือข้างบน เปิดเป็นห้องพักครับ ตัวตึกมีทางเข้า-ออก แค่ทางเดียวครับ อ่อ มีทางหนีไฟด้านหลังอีกทางครับ" ลูกน้องรายงานให้เบนทราบ

     "นั่นไง รู้ลึก รู้จริง ยิ่งกว่าเข้ากูเกิลแล้วเสิร์ชหาข้อมูลซะอีก ทำเอาเราดูโง่ไปอีกเยอะเลย" เบน ยังคงบ่นกับตัวเองต่อไป ส่วนลูกน้องก็ทำหน้านิ่ง จริงจังกับการไล่จับคนร้ายต่อไป

     "พวกนายเชื่อฉันรึเปล่า ว่าห้องนี้แหละ คือห้องที่คนร้ายหลบซ่อนตัวอยู่ แต่...พอพวกเราเปิดประตูเข้าไป พวกเราจะเจอกับทอมที่กำลังยืนดื่มน้ำอัดลมอยู่ พวกนายเชื่อรึเปล่า" หลังจากที่หน่วยสวาทของเบน มาถึงตึกดังกล่าว ก็จัดแผนบุกเข้าไปในตึกเหมือนทุกครั้ง จนมาถึงห้องที่คาดว่าคนร้ายน่าจะหลบซ่อนตัวอยู่

     "โครม !!!" เบน พังประตูเข้าไปในห้อง แล้วสิ่งที่เจอคือ ทอมกำลังยืนดื่มน้ำอัดลมอยู่จริงๆ ซึ่งน้ำอัดลมที่ทอมดื่มอยู่นั้นก็คือ น้ำอัดลมจากถังน้ำแข็งที่คนร้ายเอามาตั้งไว้เหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมา

     "เฮ้ย เบน นายจะพังประตูทำไมเนี้ย ทำลายข้าวของเสียหาย เดี๋ยวก็โดนฟ้องร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายหรอก" ทอม หยุดดื่มน้ำ แล้วหันมาบ่นกับเบน

     "ช่างมันเถอะ ปะ พวกเรากลับ หมดบทของพวกเราแล้ว" เบน ทำหน้าเซ็งๆ แล้วหันหลังออกจากประตู บอกให้ลูกน้องกลับกันได้แล้ว

     "ที่เหลือฝากด้วยนะทอม" ก่อนที่เบนจะไป เขาก็ได้ฝากความหวังไว้กับทอม ว่าจะสามารถจับคนร้ายได้แน่นอน

     "ไม่ต้องห่วง สบายมาก" ทอม ยกนิ้วให้เบน แต่ก็เป็นนิ้วกลางอีกจนได้

     "มันจะกวนโอ๊ยเกินไปละ บทหัวหน้าหน่วยสวาทเนี่ย" เบน คิดในใจ

     "ตามบททั่วๆไปแล้ว ต่อให้พระรองเก่งแค่ไหน ก็ไม่สามารถจับคนร้ายได้หรอก แถมพอมาเจอห้องที่คิดว่า น่าจะใช่ห้องที่คนร้ายหลบซ่อนตัวอยู่ แต่ก็ดันไม่เจอ ซึ่งตัวบทเองมันก็ไม่บอกหรอกนะ ว่าคนร้ายหายไปไหน หายไปได้ยังไง แต่บังเอิญว่าผมเป็นพระเอก ระดับความสามารถของผมจะสูงกว่าพระรองอยู่พอสมควร เพราะฉะนั้นแล้ว เดี๋ยวพอผมเปิดประตูออกไป ผมจะต้องเจอคนร้ายอยู่ที่หน้าห้อง ของห้องข้างๆนี่แหละ และกำลังจะหนีด้วยแน่นอน" ทอม พูดกับคุณน่ะ คุณผู้อ่าน

     "หยุดนะ อย่าหนีนะ" ทอม ไล่ตามกลุ่มคนร้ายซึ่งมี 4 คนไป หลังจากที่เปิดประตูออกมา แล้วเจอกลุ่มคนร้ายยืนอยู่ที่หน้าห้องของห้องข้างๆจริงๆ แต่น่าแปลก ที่ทั้งทอม และคนร้ายต่างก็ไม่เคยเห็นหน้ากัน ไม่รู้จักกัน แล้วคนร้ายจะหนีทำไม แล้วอีกอย่างคือ คนร้ายมีกัน 4 คน แล้วจะวิ่งหนีทอมที่มีคนเดียวทำไม

     คนร้ายวิ่งลงไปข้างล่าง และออกนอกตัวตึกไปที่รถที่พวกเขาจอดไว้ แล้วคนร้ายทั้ง 4 คนก็ขึ้นรถ ซิ่งออกไปทันที

     ทอม ที่วิ่งตามออกมาทีหลังนั้น ไม่มีรถของตัวเองจะขับตามไป เพราะฉะนั้นแล้ว ทอมจึง...ขโมย เอ้ย ยืมรถของใครก็ไม่รู้ ที่ดันจอดไว้แถวนั้น แล้วไม่เอากุญแจรกออกไปด้วย แต่พอทอมซิ่งรถออกไป เจ้าของรถก็จะโผล่มา แล้วตะโกนว่า "รถฉันๆ เอาคืนมานะ" ทั้งๆที่น่าจะตะโกนว่า "ขโมยๆ" เพื่อให้ตำรวจมาช่วยจับ แหม...เป็นพระเอกนี่มันดีจริงๆ

     "ปังๆๆๆๆ" คนร้ายยิงปืนใส่ทอมอย่างรัว แต่ก็โดนแต่กำแพง และพื้น หลังจากที่คนร้ายทั้ง 4 คน หนีเข้ามาที่บ้านหลังหนึ่งในแถบชานเมือง แล้วทอมก็ตามมาทัน

     "ปัง !!!" "อ๊ากกกก ลาก่อนโดเรม่อน" ทอม ยิงปืนใส่คนร้ายนัดแรก คนร้ายร่วงไปหนึ่ง

     "ปัง !!!" "อ๊ากกกก ลาก่อนโนบิตะ" ทอม ยิงปืนใส่คนร้ายนัดที่สอง คนร้ายร่วงไปสอง

     "ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" คนร้ายยิงปืนใส่ทอมจนกระสุนหมด แต่ยิงยังไงก็ไม่โดนทอม โดนแต่กำแพง และพื้นเหมือนเคย

     "ปัง !!!" "เฮือกกกก ฝากลูกชายข้าด้วย" ทอม ยิงปืนใส่คนร้ายนัดที่สาม คนร้ายร่วงไปสาม ทอมเก่งจริงๆ ยิงปืนสามนัด คนร้ายร่วงไปสามคน

     "ปัง !!!" "เฮือกกกก พลาดแล้วเรา" อ้าวเฮ้ย คนร้ายยิงนัดเดียวโดนทอมเหมือนกัน เพราะคนร้ายคนนี้คือ คนร้ายตัวเอกนั่นเอง แต่แทนที่คนร้ายจะยิงทอมนัดเดียวแล้วร่วงเหมือนตัวประกอบทั่วๆไป ทอมกลับไม่ร่วง และยังมีบทคนร้ายเดินมานั่งคุยกับทอม ที่พลาดท่าโดนยิงแล้วนั่งหมดแรงอยู่อีกต่างหาก คนร้ายจะเอาปืนจ่อหัวทอมไว้ แต่ก็ยังไม่ยิง

     "เก่งมากนะทอม ที่ตามฉันมาได้ขนาดนี้ หน้าฉันนายก็ไม่เคยเห็น แต่เปิดประตูออกมา ดันรู้ว่าพวกฉันคือคนร้ายซะงั้น แถมขับรถห่างฉันตั้งเยอะ ก็ยังตามมาทัน ยิงปืนก็แม่น สามนัด ลูกน้องฉันร่วงไปครบสามคนเลย เก่งจริงๆ เก่งสุดๆ แต่ขอโทษนะ คนร้ายตัวเอกอย่างฉันก็เก่งเหมือนกันแหละ พอดีว่าบทฉันก็เด่น ถ้าไม่เด่น ฉันไม่รับเป็นคนร้ายหรอก" คนร้ายพูดกับทอม ที่โดนยิงเข้าที่ท้องจนบาดเจ็บสาหัส

     "แก...เป็น...ใคร" ทอม ใช้ความพยายามถามว่าคนร้ายคือใคร ทำไมถึงรู้จักเขา เพราะตอนนี้เขาโดนยิง และอาจจะไม่รอด

     "ปัง !!!" คนร้ายยิงทอม พระเอกตาย เรื่องสั้นจบ .. เฮ้ย !!! ไม่ใช่ละ

     "ปัง !!!" ยังไม่ทันที่คนร้ายจะตอบคำถามของทอม ว่าเขาคือใคร คนร้ายก็โดนยิงล้มลง และโดนชาร์จจับกุมในที่สุด ด้วยฝีมือการยิงปืนของหัวหน้าหน่วยสวาท เบนนั่นเอง

     "เบน นายตามฉันมาถูกได้ยังไง แต่ก็ขอบใจนะที่มาช่วยได้ทันเวลาพอดี" ทอม ขอบใจเบน ที่เข้ามาช่วยประคองเขาลุกออกจากบ้าน เพื่อไปโรงพยาบาล

     "รถที่นายยืมมาน่ะ เป็นรถของสายตำรวจที่แจ้งว่าคนร้ายอยู่ที่ตึกนั้น แล้วรถคนนั้นก็ติด GPS ด้วย ฉันเลยตามมาถูกยังไงล่ะ" เบน ตอบกับทอม ในขณะที่กำลังเดินออกจากบ้าน แล้วก็มีรถตำรวจเข้ามาที่บ้านเพียบเลย พร้อมกับรถพยาบาล เหมือนว่าจอดรถอยู่ใกล้ๆแถวนั้น แต่รอให้ทอมจัดการเสร็จก่อน แล้วค่อยเข้ามา

     "เบนนนนนนนนน" ทอม เกาะลูกกรงของกรงขังในคุกแห่งหนึ่ง แล้วตะโกนเรียกชื่อของหัวหน้าหน่วยสวาทเบน เขาไม่ได้รับการลดโทษ เพราะเขาจับคนร้ายไม่ได้ แถมยังโดนข้อหาเพิ่มอีกคือ ขโมยรถตำรวจ และฆ่าคนตายถึง 3 คน ทั้งๆที่เขาก็ไม่ใช่ตำรวจ เขาจึงต้องรับโทษเพิ่ม

     นี่แหละ จุดจบของพระเอกที่เป็นคนไม่ดี ที่คุณอาจไม่เคยรู้ ตึงโป๊ะ

ตอนที่ 59 (เรื่องสั้น) _ หมูยอ หมูสับ หมูกับไก่



หมูยอ หมูสับ หมูกับไก่

     "เอาแบบนี้ก็แล้วกัน เรามาแข่งกันเลยดีกว่า ใครชนะก็อยู่เหนือกว่าไปเลย เกทับใส่อีกคนได้ แต่ถ้าใครแพ้ ก็ห้ามมาเกทับใส่คนที่ชนะ เอาแบบนี้มั้ยล่ะ" หญิงสาวพูดใส่อารมณ์กับชายหนุ่มที่เปิดร้านอาหารที่อยู่ติดกัน

     "โอเค ได้เลย แต่อย่ามาร้องไห้ โวยวายทีหลังก็แล้วกัน" ชายหนุ่มก็ไม่ยอมแพ้ พูดใส่อารมณ์กับหญิงสาวด้วยเช่นกัน

     "เจอดีแน่" ทั้งสองคนบังเอิญพูดพร้อมกัน พูดคำเดียวกัน แล้วก็ชี้นิ้วไปที่อีกฝ่ายพร้อมกันอีก

     ณ อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ในประเทศสารขัณฑ์ อาคารพาณิชย์แห่งนี้มีอยู่ 4 คูหา คูหาแรกนับจากซ้ายมือ เป็นร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ คูหาสุดท้ายนับจากซ้ายมือ เป็นคลีนิครักษาโรค ส่วนสองคูหาตรงกลาง เป็นร้านอาหารซึ่งบังเอิญมาเปิดอยู่ติดกัน แต่ก็ยังดีที่ขายอาหารไม่เหมือนกัน

     หมู เป็นเจ้าของร้านยำสาระพัด ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าร้านยำ เพราะฉะนั้นร้านของหมูจึงมียำขายแทบทุกชนิดตามแต่ลูกค้าจะสั่ง แต่ที่ขึ้นชื่อที่สุดของร้านคือ ยำหมูยอ โดยหมูยอของที่ร้านนี้จะทำเองด้วยสูตรพิเศษที่เป็นความลับ เป็นสูตรใหม่ที่หมูคิดค้นขึ้น จนเป็นที่ถูกปากของลูกค้าอย่างมาก ใครมากินที่ร้านนี้เป็นต้องสั่งยำหมูยอมากินตลอด ไม่ว่าจะกินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือกินเล่นเปล่าๆ

     ไก่ เป็นเจ้าของร้านไข่แตก ชื่อร้านออกจะแปลกๆสักหน่อย แต่ความหมายคือ ไข่แตกเมื่อไหร่ ก็ได้ไข่เจียวอร่อยๆกินทันทีนั่นเอง ร้านของไก่เป็นร้านข้าวไข่เจียวนั่นเอง ร้านนี้มีไข่เจียวหลากหลายแบบตามสไตล์ของร้านไข่เจียวทั่วๆไป แต่ที่ขึ้นชื่อที่สุดของร้านคือ ข้าวไข่เจียวหมูสับ โดยหมูสับของที่ร้านจะมีการหมักด้วยสูตรพิเศษ ซึ่งเป็นสูตรโบราณสมัยคุณยาย ทำให้รสชาติอร่อยติดปากลูกค้าเป็นอย่างมาก เมนูข้าวไข่เจียวหมูสับจึงขายดีที่สุด

     และด้วยความที่ทั้งสองร้านเปิดอยู่ติดกัน จึงทำให้เกิดการแย่งลูกค้ากันขึ้น โดยฉนวนเหตุเกิดมาจาก...ความไม่ถูกชะตากันของเจ้าของร้านทั้งสองคนนั่นเอง

     "ไม่รู้เป็นอะไร ไม่ถูกชะตากับหญิงไก่เลยแฮะ สงสัยเคมีไม่เข้ากัน แบบนี้มีสองทางคือ เราต้องย้ายไปขายที่อื่น กับหาทางบีบให้หญิงไก่ย้ายไปขายที่อื่น" หมู บ่นกับลูกน้องในร้านของเขา

     "แล้วเราจะทำยังไงล่ะครับ" ลูกน้องของหมูถามขึ้น

     "เราก็ต้องแย่งลูกค้าของหญิงไก่มาสิ ให้ร้านของหญิงไก่ขายได้น้อยลง เดี๋ยวก็ย้ายไปหาทำเลอื่นขายเองแหละ" หมู พูดด้วยรอยยิ้มที่มีแผนการไว้แล้ว

     "ยังไงครับ/คะ" ลูกน้องของหมูทั้ง 4 คนพูดเป็นเสียงเดียวกันด้วยความสงสัย แต่หมูไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มอยู่คนเดียว

     "ไม่รู้เป็นอะไร ไม่ถูกชะตากับนายหมูเลยแฮะ สงสัยเคมีไม่เข้ากัน แบบนี้ต้องหาทางบีบให้นายหมูย้ายไปขายที่อื่นซะแล้ว" ไก่ บ่นกับลูกน้องในร้านของเธอ ซึ่งไก่เองก็ไม่ถูกชะตากับหมูเท่าไหร่นัก แต่ความคิดของไก่ ไม่มีความคิดที่จะย้ายร้านของตัวเอง มีแต่ความคิดที่จะบีบให้นายหมูย้ายออกไปเท่านั้น

     "แล้วเราจะทำยังไงล่ะคะ" ลูกน้องของไก่ถามขึ้น

     "เราก็ต้องแย่งลูกค้าของนายหมูมาสิ ให้ร้านของนายหมูขายได้น้อยลง เดี๋ยวก็ย้ายไปหาทำเลอื่นขายเองแหละ" ไก่ พูดด้วยรอยยิ้มที่มีแผนการไว้แล้ว

     "ยังไงคะ/ครับ" ลูกน้องของไก่ทั้ง 5 คนพูดเป็นเสียงเดียวกันด้วยความสงสัย แต่ไก่ไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มอยู่คนเดียว

     เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสองร้านมีการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างที่หน้าร้าน ทำเอาลูกน้องของทั้งสองร้านที่เดินทางมาถึงร้านเพื่อช่วยเตรียมตัวเปิดร้านอึ้งกันไปเลยทีเดียว

     "เฮ้ยๆ แกว่าเจ้าของร้าน ของเราทั้งสองคน...เต็มมั้ยเนี่ย" ลูกน้องของร้านไก่ พูดกับลูกน้องของร้านหมู

     "ถ้าไม่เต็ม ก็เกินล่ะเฮ้ย" ลูกน้องของร้านหมูตอบ

     สิ่งที่ลูกน้องของทั้งสองร้านเห็นคือ ป้ายที่ติดเพิ่มที่หน้าร้าน โดยมีข้อความว่า "ยำหมูยอร้านนี้ อร่อยกว่าไข่เจียวหมูสับร้านข้างๆ" ติดอยู่ที่หน้าร้านของหมู และ "ไข่เจียวหมูสับร้านนี้ อร่อยกว่ายำหมูยอร้านข้างๆ" ซึ่งติดอยู่ที่หน้าร้านของไก่

     ทั้งสองข้อความทำเอาลูกน้องของทั้งสองร้านถึงกับอึ้ง คิดไม่ถึงว่าเจ้านายของพวกเขาจะออกแนวเด็กๆตีกันไปซะได้ แต่ทั้งสองข้อความนั้น หมูกับไก่ ยังไม่เห็นของกันและกัน เพราะยังไม่ได้เดินออกไปเช็คความเรียบร้อยที่หน้าร้าน

     "อั๊ยยะ ช่างกล้านะไก่" หมูเดินออกมาเช็คความเรียบร้อยที่หน้าร้านก่อนไก่ พอหมูมองไปที่ร้านของไก่ ก็ได้เจอป้ายข้อความที่ไก่ติดเพิ่มเข้าอย่างจัง

     ไก่ เห็นหมูยืนอยู่ที่หน้าร้านตัวเอง แต่มองมาทางร้านของเธอ ก็เลยเดินออกมาตั้งใจจะเกทับ แล้วห้ามหมูเขียนป้ายข้อความเลียนแบบ แต่ทันทีที่ไก่หันไปมองที่หน้าร้านของหมู ไก่ก็รู้ว่ามันสายไปเสียแล้ว ได้แต่ตกใจอุทานออกมาเท่านั้น "อั๊ยยะ ช่างกล้านะหมู"

     ทั้งสองคนคงมีความคิด และนิสัยที่คล้ายกัน จึงไม่ค่อยถูกชะตากันเท่าไหร่นัก ทั้งคู่ยืนอยู่ที่หน้าร้านของตัวเอง แต่ต่างก็มองไปที่หน้าร้านของอีกคน ก่อนที่จะหันมามองหน้ากัน แล้วบรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นโรแมนติกอย่างเหลือเชื่อขึ้นมาทันที ทั้งสองคนมองตากัน แล้วไก่ก็ค่อยๆหลับตาลง เผยอปากรอรับการจูบของหมู เออ...ไม่ใช่ละ เอาใหม่ๆ ทั้งสองคนหันมามองหน้ากัน แล้วไก่ก็พูดขึ้นมาว่า...

     "เอาแบบนี้ก็แล้วกัน เรามาแข่งกันเลยดีกว่า ใครชนะก็อยู่เหนือกว่าไปเลย เกทับใส่อีกคนได้ แต่ถ้าใครแพ้ ก็ห้ามมาเกทับใส่คนที่ชนะ เอาแบบนี้มั้ยล่ะ" ไก่ พูดใส่อารมณ์กับหมู

     "โอเค ได้เลย แต่อย่ามาร้องไห้ โวยวายทีหลังก็แล้วกัน" หมู ก็ไม่ยอมแพ้ พูดใส่อารมณ์กับไก่ด้วยเช่นกัน

     "เจอดีแน่" ทั้งสองคนช่างมีอะไรที่คิด และทำคล้ายกันจริงๆ ขนาดชี้นิ้ว และพูด ยังพูดพร้อมกัน คำเดียวกันอีก

     "กติกาล่ะ มียังไงบ้าง" หมู เป็นคนถามขึ้น

     "อืม เอาแบบนี้ก็แล้วกัน อีก 3 วัน ร้านฉันจะขายแต่ข้าวไข่เจียวหมูสับ ส่วนร้านของนายก็ขายแต่ยำหมูยอ แต่เราจะจัดโปรโมชั่นพิเศษว่า...มากินที่ร้านวันนี้ นั่งร้านไหนก็ได้ รับข้าวไข่เจียวหมูสับ และยำหมูยอไปเลยในราคา 30 บาท แต่ช่วยให้คะแนนความอร่อยด้วย โดยจะมีคะแนนเต็ม 10 คะแนน พอปิดร้าน เรามานับคะแนนกันเลย ใครได้มากกว่าก็ชนะไปเลย แบบนี้โอเครึเปล่าล่ะ" ไก่ อธิบายกติกาให้หมูฟัง

     "โอเคตามนี้เลย คิดไว้คล้ายๆกันเลยเชียว อีก 3 วัน เตรียมตัวให้พร้อมก็แล้วกัน เธอแพ้แน่" หมู มั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะแน่นอน

     หลังจากการติดประกาศ การประชันความอร่อยของทั้งสองร้านให้คนในหมู่บ้านได้รับทราบ ผ่านไปครบ 2 วัน ก็เข้าสู่วันที่ 3 ซึ่งเป็นวันตัดสินว่าใครจะเป็นผู้ชนะ ที่จะสามารถเกทับใส่อีกฝ่ายได้ก็มาถึง

     วันนี้ทั้งสองร้านเตรียมตัวมาพร้อมเป็นอย่างมาก ทางไก่ ได้หมักหมูสูตรเด็ด และคัดส่วนที่ดี และอร่อยที่สุดของหมูมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ไข่ก็เป็นไข่สดไปรับมาเองจากหน้าฟาร์มไก่ไข่เมื่อเช้ามืดนี้เอง เพื่อความสดจริงๆ ทางด้านหมู ก็ทำหมูยอสุดฝีมือเหมือนกัน คัดส่วนที่ดีที่สุดของหมูมาทำ ผักต่างๆที่ใส่ในยำหมูยอ ก็ไปรับมาจากหน้าสวนผักเมื่อเช้ามืดนี้เอง เพื่อความสดจริงๆ แล้วการแข่งขันก็ใกล้จะเริ่มขึ้นในอีกไม่ถึง 30 นาที

     "ข้าวไข่เจียวหมูยอสูตรพิเศษได้แล้วคร้าบบบ" เจ้าของร้าน ไข่ยอ กะ ยำหมู เสิร์ฟอาหารเมนูเด็ดประจำร้านให้กับลูกค้าวีไอพี ที่มากินที่ร้านในวันนี้

     "อืม อร่อยจริงๆด้วยครับ ข้าวไข่เจียวหมูยอสูตรพิเศษของที่นี่ หมูยอรสชาติโดดเด่น อร่อยมากเลยทีเดียวครับ" ลูกค้าวีไอพี ลองชิมข้าวไข่เจียวหมูยอสูตรพิเศษแล้ว ก็อดที่จะเอ่ยปากชมไม่ได้

     "ทางด้านยำหมูสับสูตรพิเศษ ที่ไม่มีร้านไหนกล้าทำ แต่ร้านนี้กล้าทำ ก็อร่อยไม่แพ้กันเลยครับ แบบนี้ผมคงกินหมดเกลี้ยง จนอิ่มแล้วง่วงนอนแน่ๆเลยครับ ที่ร้านมีบริการที่นอนให้ลูกค้าหรือเปล่าครับ" ลูกค้าวีไอพี ลองชิมอีกเมนูเด็ดของร้านที่วางอยู่ตรงหน้าก็คือ ยำหมูสับสูตรพิเศษ แล้วก็อดที่จะมีมุขขำๆให้กับเจ้าของร้านไม่ได้ เพราะเขาคิดว่า ทั้งสองเมนู ทำให้เขาอิ่มจนง่วงได้จริงแน่ๆ

     "ขอบคุณครับ สำหรับคำชมของทั้งสองเมนูนะครับ ต้องขอบคุณคุณพ่อกับคุณแม่ล่ะครับ ที่คิดค้นสูตรพิเศษของหมูยอ และหมูสับ จนเกิดเป็นเมนูทั้งสองนี้ขึ้นมาได้ครับ อ่อ จะลองชิมยำหมูยอสูตรต้นฉบับ กับข้าวไข่เจียวหมูสับสูตรต้นฉบับดูมั้ยครับ" เจ้าของร้านไข่ยอ กะ ยำหมู กล่าวขอบคุณลูกค้าวีไอพีสำหรับคำชม พร้อมชวนชิมเมนูสูตรต้นฉบับเพิ่มอีก

     "โอ้ว ไม่ไหวล่ะครับ อีกสองเมนูสูตรต้นฉบับ ผมค่อยมาลองชิมวันหน้าก็แล้วกันนะครับ แต่พอพูดถึงคุณพ่อกับคุณแม่แบบนี้ งั้นผมขอทราบประวัติความเป็นมา ก่อนที่จะมาเป็นร้านนี้หน่อยได้รึเปล่าครับ" ลูกค้าวีไอพี ถามเจ้าของร้าน

     "ได้สิครับ" เจ้าของร้านยิ้ม ยินดีที่จะเล่าถึงอดีตของคุณพ่อกับคุณแม่

     "พ่อกับแม่ เล่าให้ผมฟังว่า แรกเริ่มเดิมที พ่อกับแม่ไม่ถูกกันครับ เรียกว่าเกลียดกันเลยก็ได้ ทั้งสองคนเปิดร้านอาหารอยู่ติดกัน เลยเกิดการแย่งลูกค้ากันขึ้นครับ จนมาวันหนึ่ง แม่ได้ท้าพ่อแข่งกันทำอาหารเมนูเด็ดประจำร้านซึ่งก็คือ ยำหมูยอของพ่อ กับ ไข่เจียวหมูสับของแม่ โดยให้ลูกค้าเป็นผู้ตัดสินครับ แต่แล้วพอถึงวันแข่งกันทำอาหาร ระหว่างที่แม่กำลังเตรียมตัวแข่งอยู่นั้น ก็มีคนร้ายวิ่งราวกระเป๋า วิ่งหนีตำรวจเข้าไปที่ร้านของแม่ ตอนนั้นแม่ให้ลูกน้องเข้าไปเตรียมวัตถุดิบที่หลังร้าน ส่วนแม่เช็คความพร้อมอยู่ที่หน้าร้าน แม่ตกใจทำอะไรไม่ถูก ก็ร้องลั่นขอความช่วยเหลือ ตอนนั้นพ่ออยู่ใกล้ที่สุด เพราะเช็คความพร้อมอยู่ที่หน้าร้านใกล้ๆร้านของแม่ พ่อก็วิ่งเข้าไปหาแม่ พอคนร้ายเห็นพ่อถือมีดเข้าไปด้วย ก็ตกใจ วิ่งหนีออกจากร้านของแม่ครับ" เจ้าของร้านเล่าไป ยิ้มไป

     "แล้วแม่ก็ตกหลุมรักพ่อ เพราะพ่อช่วยแม่ไว้ ใช่รึเปล่าครับ" ลูกค้าวีไอพี คาดเดาเหตุการณ์

     "ผิดครับ หลังจากที่พ่อเข้าไปช่วยแม่แล้ว ทั้งสองคนก็ยังคงไม่ถูกกันอยู่เหมือนเดิมครับ แต่วันนั้นการแข่งขันก็ต้องยกเลิกไประครับ เพราะแม่ไม่มีสมาธิในการทำอาหารแข่ง เมื่อการแข่งขันไม่เกิดขึ้น ก็ไม่มีผลการตัดสินแพ้-ชนะ ทั้งสองคนก็ยังคงแย่งลูกค้ากันอยู่เหมือนเดิม จนผ่านไปได้ 3 วัน แม่ก็จะไปท้าแข่งกับพ่อใหม่อีกรอบ แต่พอแม่ไปที่ร้านของพ่อ กลับไม่เจอพ่อ เจอแต่ลูกน้องของพ่อกำลังเอาป้ายมาติดที่หน้าร้านว่า หยุด 1 วัน ลูกน้องของพ่อบอกแม่ว่า พ่อถูกคนดักทำร้ายเมื่อคืนนี้ ซึ่งคนที่ดักทำร้ายพ่อก็คือ คนร้ายที่วิ่งราวกระเป๋า แล้วหนีตำรวจเข้ามาที่ร้านของแม่นั่นเอง และตอนนี้นี่เอง ที่ทั้งพ่อและแม่บอกกับผมว่า พอไม่ได้เห็นหน้าของกันและกัน ทำไมใจมันหวิวๆ ไม่มีกำลังใจทำอะไรเลย พ่อกับแม่บอกอีกว่า ทั้งๆที่ไม่ถูกกัน เกลียดกันจะตาย แต่ทำไมรู้สึกแปลกๆก็ไม่รู้ หรือนี่แหละที่เค้าเรียกว่า ยิ่งเกลียด ยิ่งรัก จนในที่สุดพ่อกับแม่ก็ยอมเปิดใจให้กัน รวมร้านเป็นร้านเดียวกัน คิดเมนูใหม่ขึ้น แล้วก็ตั้งชื่อร้านใหม่ว่า ไข่ยอ กะ ยำหมู ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แล้วก็มีผมมาสานต่อความอร่อยนี่แหละครับ" เจ้าของร้าน เล่าไป ยิ้มไปอย่างมีความสุข

     "อืม เรื่องราวเป็นแบบนี้นี่เองนะครับ ยิ่งเกลียด ยิ่งรัก มีอยู่จริงสินะครับ ถ้างั้นผมก็ต้องขอขอบคุณ คุณหนึ่ง เจ้าของร้านไข่ยอ กะ ยำหมู ทายาทรุ่นใหม่ไฟแรง ที่จะทำให้ร้านนี้อยู่คู่กับเมืองไทยไปอีกนานด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ" ลูกค้าวีไอพี กล่าวคำขอบคุณเจ้าของร้าน พร้อมกับยกมือไหว้

     "สำหรับวันนี้ ก็คงเจอกันเพียงเท่านี้นะครับท่านผู้ชม หลังจากนี้ผมก็ขอจัดการอาหารเมนูเด็ดตรงหน้าทั้งสองเมนูต่อล่ะครับ ไว้เจอกันใหม่อาทิตย์หน้าครับ กับรายการ เมนูท้องร้อง สวัสดีครับ" พิธีกรกล่าวลาท่านผู้ชมทางบ้าน แล้วก็หันไปจัดการเมนูเด็ดตรงหน้าต่อทันที

ตอนที่ 58 (บทความ) _ ครึ่งควบลูก



     ปป. ครึ่งลูก ครึ่งควบลูก หนึ่งลูก ลูกควบลูกครึ่ง ลูกครึ่ง (แม่ไทย พ่อสเปน เอ๊ะ ไม่ใช่ละ) ลูกครึ่งควบสอง สองลูก ฯลฯ ที่เขียนมาทั้งหมดนั้น สำหรับคนที่เล่นพนันฟุตบอลคงรู้จักกันเป็นอย่างดี อย่าถามนะครับว่า ทำไมผมถึงรู้จัก คำตอบก็คือ ผมก็เล่นพนันฟุตบอลอยู่บ้างเหมือนกัน

     การเล่นพนันฟุตบอลแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆคือ เล่นบอลเดี่ยว กับเล่นบอลสเตป คนที่ชอบลงทุนน้อย เสี่ยงน้อย แต่กำไรงาม ก็จะเลือกเล่นแบบบอลสเตป ส่วนคนที่ทุนเยอะ ชอบความเสี่ยงสูงๆหน่อย ก็จะเล่นบอลเดี่ยว แต่ส่วนมากเกิน 60% เล่นพนันฟุตบอลแล้วไม่รวยครับ

     บทความนี้ผมไม่ได้จะมาแนะนำ หรือสนับสนุนให้เล่นพนันฟุตบอลกันนะครับ แต่จะมาเขียนถึง ความเป็นไปได้ที่หน่วยงานต่างๆ พยายามจะป้องกัน และปราบปรามไม่ให้คนไทยเล่นพนันฟุตบอลกันต่างหาก

     พูดกันตรงๆนะครับ ความเป็นไปได้ที่หน่วยงานต่างๆจะป้องกัน และปราบปรามได้ มีไม่ถึง 50% เพราะอะไรน่ะเหรอครับ ผมขอพูดถึงสั้นๆแค่ 3 ข้อก็พอนะครับ

     ข้อแรก ถ้าหยุดหวยใต้ดินไม่ได้ ก็หยุดพนันฟุตบอลไม่ได้ด้วยเช่นกัน เราพยายามปราบปรามหวยใต้ดินกันมานานแค่ไหนแล้วครับ ... นานมากเลยใช่มั้ยล่ะครับ แต่ก็ยังไม่เคยสำเร็จสักที พนันฟุตบอลก็เหมือนหวยใต้ดิน ต่อให้ปราบปรามยังไง มันก็ไม่หมดไปหรอกครับ เพราะมันลงทุนน้อย กำไรงาม ใครๆก็อยากเสี่ยงดวงพนันดู เหมือนหวยนั่นแหละครับ แถมยังมีโอกาสถูกง่ายกว่าหวยซะอีก มีให้พนันกันทุกวันซะด้วย

     ข้อที่สอง สื่อ ต้องยอมรับว่าสื่อแทบทุกชนิดในปัจจุบันนี้ มีส่วนสนับสนุนการเล่นพนันฟุตบอลอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว สื่อหนังสือพิมพ์เห็นได้เด่นชัดที่สุด เดินผ่านร้ายขายหนังสือ มีหนังสือพิมพ์ที่วิเคราะห์ฟุตบอลอยู่หลายเล่มให้เลือกซื้อ ดีไม่ดี หนังสือพิมพ์ฟุตบอลจะมีเยอะกว่าหนังสือพิมพ์ข่าวด้วยซ้ำไป แล้วที่ผมเห็นนะครับ หนังสือพิมพ์ข่าวเดี๋ยวนี้ ก็มีการใส่ราคาต่อรองฟุตบอลเข้าไปแล้วด้วย บางเล่มวิเคราะห์ให้ด้วย บางเล่มมีเซียนมาฟันธงให้อีกต่างหาก ว่าอยู่ข้างทีมไหนดี วิทยุ โทรทัศน์ ก็มีรายการวิเคราะห์ฟุตบอลเยอะมากขึ้น อินเตอร์เน็ตยิ่งแล้วใหญ่ครับ ถามพี่กูเกิลทีเดียว ออกมากันให้พรึ่บ ทั้งทีเด็ด ทั้งวิเคราะห์ เจาะลึก ฟังธง โดยเซียนบอลชื่อดัง ฯลฯ บางเว็บรับพนันเองเลยก็มี

     ข้อที่สาม อิทธิพล ข้อนี้สำคัญครับ การจะเปิดโต๊ะบอลได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะครับ มันต้องมีคนหนุนหลังที่มีอิทธิพลพอสมควรเลยล่ะครับ ถึงจะเปิดได้ เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว ได้เจอตำรวจก่อกวนทุกวันแน่ๆ (ตำรวจดีๆมีเยอะมากนะครับ มีแค่ไม่มากหรอกครับ ที่ยอมรับสินบนให้เปิดโต๊ะบอลได้)

     เห็นมั้ยล่ะครับว่า การจะป้องกัน และปราบปรามไม่ให้คนไทยเล่นพนันฟุตบอลนั้นยากแค่ไหน แต่ผมก็ดีใจนะครับ ที่หลายๆหน่วยงานพยายามจะป้องกัน และปราบปราม ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆหน่วยงานที่มีส่วนกับเรื่องนี้ด้วยนะครับ

     ปล. บางครั้งเห็นตำรวจบางคนถือหนังสือพิมพ์วิเคราะห์ฟุตบอล ผมก็เหนื่อยใจแล้วล่ะครับ เฮ้อ...

ตอนที่ 57 (บทความ) ... ก็อากาศมันร้อน



     จากสภาพอากาศเมืองไทยที่ร้อนสุดๆ มีทั้งร้อนแผดเผา ร้อนอบอ้าว และร้อนจนบรรยายไม่ถูก ทำให้หลายๆคนหาทางดับร้อนด้วยวิธีต่างๆกันไป ไม่ว่าจะเป็นอยู่ในห้องแอร์ เดินห้าง เดินเซเว่นก็ไม่เว้น บางคนก็ไปลงน้ำ เล่นน้ำคลายร้อนกันไป

     แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ผมอดสงสัยไม่ได้จากสภาพอากาศที่ร้อนเช่นนี้ นั่นก็คือ ผู้หญิงครับ ผมสงสัยอะไร หลายๆคนคงพอจะเดาออกบ้างนะครับ การแต่งตัวของเธอไงล่ะครับ (แต่ขอบอกว่า แค่บางคนนะครับ)

     มีไม่น้อยเลยที่พออากาศร้อน ก็แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้น ไม่สิๆ พูดไม่ถูก มันจะน้อยชิ้นได้ยังไงกัน เพราะมันก็มีแค่เสื้อ กางเกง กระโปรงอยู่แค่นี้ ขืนแต่งตัวน้อยชิ้น ก็คงต้องนุ่งผ้าถุงออกมาเดินกันแล้วล่ะ ต้องบอกว่า แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชิ้นเล็กๆ ท้าทายสายตาของหนุ่มๆเป็นอย่างมากถึงจะถูก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดรัดติ้ว เสื้อกล้าม หรือสายเดี่ยวโชว์ไหล่ขาวๆ กางเกงสั้นเสมอหู หรือกระโปรงสั้นเกือบเสมอหู

     แล้วที่ผมสงสัยคืออะไร คือการแต่งตัวที่ท้าทายสายตารึ นั่นไม่ใช่คำตอบ แต่สิ่งที่ผมสงสัยคือ คำบ่นของพวกเธอต่างหากล่ะ เธอบางคนแต่งตัวด้วยเสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้นเสมอหู เดินไปเซเว่น ไปซื้อข้าว แล้วก็กลับห้อง แล้วเธอก็บ่นว่า "แดดร้อนจริงๆ ผิวจะเสียมั้ยเนี่ย" หือ...ผมได้ยินแล้วมึนเลยครับ ก็แต่งตัวแบบนั้นไปตากแดด แล้วดันกลัวผิวเสียจากแดด อืม...ก็ใครบังคับให้แต่งตัวแบบนั้นล่ะครับ

     แต่สำหรับคนที่แต่งตัวท้าทายสายตาไปเดินห้าง อันนี้ผมเข้าใจได้ครับ เพราะว่าพอฝ่าแสงแดดอันร้อนแรงไปได้ คุณก็จะได้เย็นสบายตามที่ต้องการแล้ว

     ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการแต่งตัวของพวกเธอนะครับ ตรงกันข้าม กลับชอบด้วยซ้ำไป เจริญหูเจริญตาดี เพราะสาวๆเดี๋ยวนี้ขาวๆกันทั้งนั้น ไม่รู้จะแข่งกันขาวไปไหน แต่ก็ต้องยอมรับอยู่ข้อหนึ่งนะครับว่า แค่ขาว ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วครับ สำหรับยุคสมัยนี้

     สำหรับสาวๆที่อ่านอยู่นะครับ ผมอยากจะแนะนำว่า การแต่งตัวออกไปข้างนอกท้าทายแสงแดดแค่แปปเดียว แล้วก็กลับเข้าห้อง ผมแนะนำว่า ให้ใส่เสื้อผ้าที่พอดีตัว หรือตัวใหญ่หลวมๆสักหน่อย ที่มีความบางพอเหมาะ ระบายอากาศได้ดี และไม่ซับเหงื่อจะดีกว่านะครับ ดีกว่าแต่งตัวท้าทายสายตา เพราะแดดก็จะไม่เผาผิวของคุณให้เสีย เผาผิวให้ดำ หรือเสี่ยงโรคมะเร็งผิวหนัง เวลาอยู่ในที่ร่ม ไอร้อนจากแดดก็จะไม่กระทบผิวของคุณโดยตรง คุณก็จะไม่ร้อนครับ เลือกเอาก็แล้วกันนะครับ ระหว่างร้อนจากแดด กับร้อนจากร่างกายตัวเอง คุณจะเลือกร้อนแบบไหน

     เสื้อผ้าผู้หญิงมีเยอะ มากมายหลายแบบครับ ลองทำตามคำแนะนำของผมดูครับ แล้วคุณก็จะไม่ร้อนมาก และจะไม่ได้บ่นอีก รีบๆนะครับ เพราะตอนนี้ก็ใกล้จะเข้าฤดูฝนแล้ว

ตอนที่ 56 (บทความ) ... เล่าสู่กันฟัง



     วันก่อนผมเจอเหตุการณ์ขัดใจอยู่ 2 เหตุการณ์ อยากจะเอามาเล่าสู่กันฟังครับ เพราะอยากให้รู้ว่า คนไทยบางคน บางกลุ่ม มักง่ายกันเกินไป และอยากให้ผู้อ่านได้อ่านแล้วคิดตาม แล้วไม่ไปทำอะไรแบบนั้น

     เรื่องแรกคือ มีคนบางคน จนถึงบางกลุ่ม เดินตัดหน้ารถเพื่อข้ามถนน ในขณะที่ตอนนั้นสัญญาณไฟเป็นไฟเขียวให้รถวิ่ง ซึ่งมันไม่ควรข้ามแต่ก็ดันข้าม

     เรื่องมันมีอยู่ว่า ตอนนั้นผมเดินจากเซ็นทรัล ลาดพร้าว เพื่อไปเมเจอร์ รัชโยธิน เนื่องจากว่ารถติดมาก ถึงมากที่สุด ยอมลงเดินเหมือนคนอื่นๆจะดีกว่า ตอนนั้นคนเดินจากเซ็นทรัล ไป เมเจอร์ เยอะมาก เดินกันเป็นเส้นเลยครับ นับคร่าวๆแบบเดินเรื่อยๆ มาเรียงๆคงเป็นร้อยคนอยู่เหมือนกัน

     พอมาถึงสี่แยกรัชโยธิน มันก็ต้องข้ามแยกตรงสี่แยกกันล่ะครับ ตอนที่ไปถึงสี่แยก มีคนยืนอยู่รอข้ามอยู่แล้วกลุ่มหนึ่ง แล้วก็มีกลุ่มคนที่เดินมาพร้อมกับผมไปสมทบอีก ขณะนั้นเป็นไฟเขียวจากฝั่งเมเจอร์ วิ่งไปเซ็นทรัล ซึ่งก็มีทั้งวิ่งตรง และเลี้ยวขวา ผมต้องข้ามแยกไปเมเจอร์ แต่ติดที่ไฟเขียวเลี้ยวขวานั่นเอง ทำให้ต้องยืนรอกันเป็นกลุ่มใหญ่ รอจนกว่าไฟเขียวจากฝั่งเมเจอร์ ไปเซ็ลทรัล จะเป็นไฟแดง แล้วถึงจะข้ามได้เหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมา

     แต่แล้วอยู่ๆก็มีผู้กล้าแหย่เท้าเดินออกไปตัดหน้ารถที่กำลังเลี้ยวขวามา รถก็ต้องเบรค เพื่อให้ผู้กล้าข้าม และตามด้วยกลุ่มคนอีกกลุ่มใหญ่ แน่นอนว่านั่นคือสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะเป็นการเดินข้ามขณะที่เป็นสัญญาณไฟเขียวให้รถวิ่ง มันอาจจะไม่ผิดกฏหมาย แต่ความถูกต้อง ความเหมาะสม มันควรแล้วเหรอ มีกลุ่มหนึ่งเดินตัดหน้ารถไป แต่อีกกลุ่มเลือกที่จะยืนเฉยๆ รอให้สัญญาณไฟกลายเป็นไฟแดงซะก่อน รวมถึงผมด้วยที่ยืนรออยู่ เพราะพวกเขารู้ว่า มันไม่ควรข้ามในขณะนั้น

     อีกเรื่้องคือ คนขับรถมอเตอร์ไซต์ซอกแซกครับ เรื่องนี้ถ้าใครขับรถมอเตอร์ไซต์เป็นประจำ ผมอยากให้รู้จักรอกันบ้างนะครับ

     เรื่องมันมีอยู่ว่า ตอนนั้นในซอยบ้านผมรถติดครับ แล้วมันมีช่องว่างอยู่นิดนึงระหว่างรถเก๋ง กับรถบรรทุก ตอนนั้นใครๆก็มองออกครับว่า ถ้ารถเก๋งขยับเข้าไปใกล้รถบรรทุกอีกนิด รถก็จะวิ่งได้ ไม่ติดทันที แต่...ก็มีคนขับรถมอเตอร์ไซต์บางคน ที่เห็นแก่ตัว ไม่รู้จักรอ ขับแทรกตรงช่องว่าตรงนั้น จนรถเก๋งไม่สามารถขยับได้สักที

     สุดท้ายมีมอเตอร์ไซต์รับจ้างที่นิสัยดี ที่จอดรอให้รถเก๋งขยับอยู่ ทนไม่ได้ครับ ขับมอเตอร์ไซต์มาขวางทางที่จะวิ่งเข้าตรงช่องนั้นซะเลย จนรถเก๋งมีจังหวะขยับรถเข้าใกล้รถบรรทุก แล้วทุกอย่างก็คลี่คลายไปในที่สุด รถวิ่งได้ปกติ ตอนนั้นผมยืนซื้อลูกชิ้นอยู่ปากซอย แต่ก็เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะอยู่ไกลเกิน ได้แต่มอง

     จากทั้งสองเหตุการณ์ที่เล่าสู่กันฟัง มันไม่ผิดกฏหมาย และมันอาจจะไม่ผิดอะไรเลยก็ได้นะครับ แต่ถ้าอยากให้ประเทศไทย เข้าใกล้คำว่า "ประเทศที่น่าอยู่" เราคนไทย ควรช่วยกันทำในสิ่งที่ถูก ที่ควรกันดีกว่านะครับ

ตอนที่ 55 (บทความ) ... ฟุตบอลหญิงไทย เรนเจอร์



     จริงๆจะเขียนแยกกัน 2 บทความครับ แต่ไหนๆฟุตบอลหญิงไทยก็สร้างประวัติศาสตร์ สามารถผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกหญิงได้เป็นครั้งแรกแล้ว ก็เลยจับเอา 2 เรื่องมาผูกติดกันซะเลย แต่ก่อนที่จะจับมารวมกัน ขอแยกกันก่อนเพื่อความเข้าใจ

     ขอพูดถึงฟุตบอลหญิงไทยกันก่อนนะครับ ขอแสดงความยินดี ดีใจ และสะใจ กับนักฟุตบอลสาวไทยด้วยนะครับ ที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกหญิง 2015 ที่ประเทศแคนาดาได้สำเร็จ หลังจากที่เอาชนะเวียดนามในฐานะเจ้าบ้านไปได้ 2-1 ใน

การชิงตั๋วใบสุดท้ายของการไปเล่นฟุตบอลโลกหญิงครั้งนี้

     การได้เห็นฟุตบอลไทยไปบอลโลก เป็นความฝันของคนไทยหลายๆคน ซึ่งเรารอคอยกันมาตลอด รอคอยมานานมาก จนเมื่อวานนี้นักฟุตบอลสาวไทยของเราก็ทำสำเร็จจนได้ เป็นเรื่องดีๆที่สร้างรอยยิ้มให้กับคนไทยได้เป็นอย่างดี ในช่วงที่สถานะการณ์บ้านเมืองช่างน่า

เบื่อซะเหลือเกิน

     ฟุตบอลหญิงไทยได้ไปบอลโลกแล้ว ทีนี้ก็เหลือฟุตบอลชายไทยล่ะครับ ที่ไม่รู้ว่าจะมีแรงฮึดมากแค่ไหนในการชิงตั๋วฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียจะเป็นเจ้าภาพ

     มาพูดถึงเรื่องต่อไป LINE Ranger (ไลน์ เรนเจอร์) ขอบอกว่าตอนนี้ผู้เขียนติดเกมครับ ไม่ได้ติดด้วยตัวเองนะครับ แต่พอดีว่าคนรอบข้างเค้าเล่นกันหมด เลยต้องตามน้ำ เล่นไปกับเค้าด้วย แต่พอเล่นแล้วก็ติดครับ ด้วยความที่ชอบเกมแนว RPG เป็นทุน

เดิมอยู่แล้ว พอมาเล่นไลน์ เรนเจอร์ เลยติดเอาง่ายๆครับ

     สำหรับคนที่ไม่ชอบเกมแนว ค.ว.ย (คิด วิเคราะห์ แยกแยะ) วางแผน อัพเลเวล อัพไอเทม ก็คงไม่เหมาะกับเกมนี้แน่นอนครับ

     ไลน์ เรนเจอร์ เป็นเกมแรกของไลน์ที่ผู้เขียนเล่นครับ คุกกี้ รัน ผู้เขียนไม่ได้เล่นครับ เพราะรอบตัวไม่ค่อยมีคนเล่น เลยไม่ได้ตามน้ำ

     เกมนี้เป็นเกมที่ต้องวางแผนพอสมควรครับ ว่าจะเอาตัวละครตัวไหนใส่ลงไปในทีม 5 ตัว แล้วเล่นให้ผ่านด่าน ถ้าเล่นผ่านด่านก็สนุกดีหรอก แต่ถ้าเล่นแล้วแพ้ๆๆ แพ้บ่อยๆ สำหรับบางคนก็อาจจะเริ่มท้อ แล้วก็เลิกเล่นไป แต่กับบางคนถึงแพ้ก็ไม่เลิก ขอกลับไปจัดตัว

ละครใหม่ อัพเลเวล อัพไอเทม พอคิดว่าสู้ได้แล้ว ก็กลับไปสู้ใหม่จนชนะ เรียกได้ว่าเกมนี้อาจจะเหมาะกับคนใจเย็นมากกว่าคนใจร้อนนะครับ

     ทีนี้รวมเรื่องครับ ฟุตบอลหญิงไทย เรนเจอร์ ความสำเร็จของฟุตบอลหญิงไทยจะไม่สำเร็จเลย หากนักเตะสาวไทยไม่มีความเป็นนักรบ (ทางฟุตบอล) พวกเธอทุกคนรวมใจเป็นหนึ่ง เล่นฟุตบอลกันแบบนักรบ จนสามารถก้าวผ่านนักฟุตบอลชาติอื่นๆได้สำเร็จ

     จริงๆมันก็ไม่น่ารวมกันเนอะ แต่ผมคิดแล้วชอบ เลยเอามารวมกัน "ฟุตบอลหญิงไทย เรนเจอร์" อย่าลืมช่วยลุ้น ช่วยเชียร์ นักเตะสาวไทยกันด้วยนะครับ ในศึกฟุตบอลโลกหญิง 2015 ที่ประเทศแคนาดา ระหว่างเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2015 (ปีหน้าโน้นเลย)


ตอนที่ 54 (บทความ) ... ผีแดง (ลุ้น) อันดับ 6



     ทำเป็นเล่นไปนะครับ ใครจะไปรู้ อยู่ๆหมด 90 นาทีในนัดสุดท้าย แมนฯ ยู อาจจะขึ้นจากอันดับ 7 ไปจบที่อันดับ 6 ก็ได้นะครับ

     เมื่อช่วง 6-7 นัดก่อนจบฤดูกาล ทุกคนต่างคิดว่า แมนฯ ยู คงจะจบที่อันดับ 7 แน่นอน เพราะมีแต้มห่างอันดับ 6 ที่คือ สเปอร์ส อยู่มาก แต่เอ๊ะ...เตะไปเตะมา จนมาถึงนัดสุดท้ายวันอาทิตย์นี้ อ้าวเฮ้ย...แมนฯ ยู กับสเปอร์ส มีแต้มห่างกันเหลือ 3 แต้มเฉยเลย กลายเป็นว่าแมนฯ ยู มีโอกาสที่จะจบที่อันดับ 6 ซะงั้นแหละครับ

     จากผลงานของแมนฯ ยู ที่แพ้ค่อนข้างเยอะในบ้านตัวเอง ทำให้ใครคิดว่าอันดับ 7 แน่ๆ จนอาจจะลืมมองที่สเปอร์สที่อยู่อันดับ 6 ไปว่า ผลงานก็ไม่ได้ดีเหมือนกัน กว่าจะรู้ตัวว่ามีลุ้นอันดับ 6 ก็ปาเข้าไปนัดสุดท้ายแล้ว

     นัดสุดท้ายของทั้งสองทีมมีดังนี้ แมนฯ ยู ออกไปเยือน เซาแธมป์ตัน และสเปอร์ส เปิดบ้านรับ แอสตัน วิลล่า

     เงื่อนไขเพียง 1 เดียว ที่แมนฯ ยูจะคว้าอันดับ 6 ได้ก็คือ แมนฯ ยูชนะ แล้วแช่งให้สเปอร์สแพ้ เพราะถ้าทำได้อย่างที่กล่าวมา แต้มของแมนฯ ยู กับสเปอร์ส จะเท่ากันที่ 66 แต้ม แต่ผลต่างประตูได้-เสียของแมนฯ ยูบวกถึงยี่สิบกว่าลูก ส่วนสเปอร์ส ถ้าแพ้ ผลต่างประตูได้-เสียจะอยู่ที่ 0 หรือถึงขั้นติดลบเลยก็เป็นได้

     แต่ความเป็นไปได้ค่อนข้างยากครับ เพราะแอสตัน วิลล่า เองนั้น รอดตกชั้นแล้ว อาจจะเล่นประคองตัวขอผลเสมอก็พอใจ ส่วนสเปอร์สเองผลเสมอก็น่าจะพอใจเช่นกัน เพราะจะไม่โดนแมนฯ ยูแซงยึดอันดับ 6 และถึงจะชนะได้ สเปอร์สก็ไม่ได้ขึ้นอันดับ 5 ทำให้ทั้งสเปอร์ส และวิลล่า อาจจะเล่นกันประคองตัวเพื่อให้ครบแมตซ์เท่านั้น

     ก็ต้องมาลุ้นกันว่า จะลูกที่เค้าเรียกว่า ผีจับยัด ทำให้แอสตัน วิลล่า บุกไปฆ่าไก่ตายคาเล้าหรือไม่ เพราะถ้าไก่ตายคาเล้า แล้วแมนฯ ยูบุกไปเอาชนะเซาแธมป์ตันได้ อันดับ 6 ก็คืออันดับจบในฤดูกาลนี้ของ ผีแดง ครับ

ตอนที่ 53 (บทความ) ... ปลอบใจแฟนหงส์แดง



     เชื่อว่าแฟนลิเวอร์พูลคงช็อกไปตามๆกัน สำหรับผลเสมออย่างเหลือเชื่อกับคริสตัล พาเลซ เมื่อสามารถออกนำไปได้ก่อนถึง 3-0  แต่กลับโดนทีมที่ไม่ต้องลุ้นอะไรแล้ว และไม่มีพิษสงอะไรเลยไล่ตามตีเสมอได้ 3-3 แบบปวดตับ ส่งแชมป์ให้แมนฯซิตี้ค่อนข้างแน่นอนแล้ว 100%

     ถึงแม้ว่าในทางทฤษฎียังพอมีหวัง แต่ในทางปฏิบัติแล้ว คงเป็นเรื่องที่ยากมาก ที่แมนฯซิตี้จะแพ้นัดใดนัดหนึ่งในสองนัดที่เหลือ แล้วลิเวอร์พูลก็ต้องเอาชนะนิวคาสเซิ่ลให้ได้ด้วย

     หรือถ้าพลาดท่า รถผ้าป่าแหกโค้งคว่ำ นัดสุดท้ายทะลึ่งแพ้นิวคาสเซิ่ลคาบ้าน แล้วเชลซีชนะขึ้นมา ลิเวอร์พูลร่วงอันดับ 3 กันเลยทีเดียว

     เอาล่ะครับ เรามาเข้าเรื่องดีๆให้สบายใจกันดีกว่าครับ การที่ลิเวอร์พูลก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์เต็มตัวในฤดูกาลนี้ได้ ก็ต้องถือว่าเป็นโบนัสแล้วล่ะครับ แฟนหงส์แดงอย่าเสียใจไปเลยครับถ้าพลาดแชมป์ มันก็แค่ว่า ปีนี้อดได้โบนัสแค่นั่นเอง ส่วนเป้าหมายที่จะไปเล่น UCL หงส์แดงก็ทำสำเร็จแล้ว แฟนๆควรดีใจกับสโมสรที่ได้กลับสู่ถ้วยใบใหญ่ของยุโรปอีกครั้งแล้ว

     ทีนี้มาดูผลของการแข่งขันนัดนี้กัน ถึงแม้ว่าลิเวอร์พูลจะชนะ หรือเสมอ หรือแพ้ ยังไงๆลิเวอร์พูลก็ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจอยู่ดี เพื่อที่จะหยุดแมนฯซิตี้ เพราะฉะนั้นแล้วพลาดแชมป์ เพราะแต้มน้อยกว่า หรือพลาดแชมป์ เพราะแต้มเท่ากัน แต่ประตูได้เสียน้อยกว่า มันก็พลาดเหมือนกันนั่นแหละครับ
     
     แฟนลิเวอร์พูลควรภูมิใจครับ ที่ทีมรักทำผลงานได้ดีขนาดนี้ เมื่อเทียบกับฤดูกาลก่อนๆที่ผ่านมา แม้ว่าบางนัดผลการแข่งขันจะไม่น่าพอใจก็เถอะ เชียร์กันต่อไปครับ ถึงแม้จะพลาดแชมป์เป็นปีที่ 24 ก็ตาม

     เลือกที่จะรัก เลือกที่จะเชียร์แล้ว ก็ต้องรัก และเชียร์กันต่อไป รักแล้วรักเลย You'll Never Walk Alone

     ทิ้งท้ายนิดหนึ่ง สำหรับคนที่ยังอยากลุ้นแชมป์ ถ้าอยากได้แชมป์จริงๆ มีสองหนทางครับ คือ 
     1. ลุ้นให้แมนฯซิตี้ แพ้แอสตัน วิลล่า ในการแข่งวันพุธนี้ แล้วนัดสุดท้ายลิเวอร์พูลจะเป็นฝ่ายกุมชะตาแชมป์ของตัวเองไว้ในมือ เอาชนะนิวคาสเซิ่ลให้ได้ คว้าแชมป์ไปเลย
     2. ถ้าแมนฯซิตี้ ชนะแอสตัน วิลล่า ในวันพุธได้ ลิเวอร์พูลก็ต้องชนะนิวคาสเซิ่ลในนัดสุดท้าย แล้วลุ้นให้แมนฯซิตี้ พลาดท่าพ่ายให้กับเวสต์แฮมเท่านั้น เสมอก็ไม่ได้นะ ลิเวอร์พูลถึงจะคว้าแชมป์

ตอนที่ 52 (บทความ) ... พลาด (แชมป์) แล้วเกลอเอ๋ย



     การพ่ายแพ้ต่อความยอดเยี่ยมของเชลซีที่สามารถบุกมาอุด จนลิเวอร์พูลทำพลาดเอง ทั้งพี่เจิด และน้องหริด ทำให้หลังจบเกมแฟนลิเวอร์พูลพูดได้เลยว่า "เราพลาดกันแล้วล่ะเกลอเอ๋ย" แล้วก็ทำให้แฟนลิเวอร์พูลส่วนมากพูดได้เกือบเต็มปากเลยว่า "เราพลาดแชมป์กันแล้วล่ะเกลอเอ๋ย"

     ความยอดเยี่ยมของเชลซีเมื่อคืนนี้ อาจจะไม่ใช่กองหลัง หรือนักเตะเกือบทั้งทีมเข้าไปอยู่ในกรอบเขตโทษ เพราะดูจากรูปเกมของลิเวอร์พูล ก็มีโอกาสทะลุ โอกาสยิงประตูอยู่หลายครั้ง ถ้าจะพูดถึงความยอดเยี่ยม และเป็นตัวแปรที่สำคัญของเกมเมื่อคืนนี้ คงต้องยกให้ผู้รักษาประตูที่ชื่อ มาร์ค ชวาร์เซอร์ ซะมากกว่า ที่ดันเล่นได้ท๊อปฟอร์ม ทั้งเซฟ ทั้งตัดบอล จนลิเวอร์พูลยิงไม่ผ่านมือเขาเลย

     มีแฟนบอลของทั้งลิเวอร์พูล และเชลซี พูดกันว่า ถ้าเมื่อคืนผู้รักษาประตูเป็น ปีเตอร์ เช็ก ผลการแข่งขันอาจจะไม่จบแบบนี้ก็เป็นได้

     ควันหลงอีกอย่างหนึ่งของเกมเมื่อคืนคือ แฟนทั้งสองทีมต่างเห็นอกเห็นใจ เจอร์ราด อย่างมาก เพราะถ้าลิเวอร์พูลพลาดแชมป์ (กรณีที่ชนะรวดอีกสองนัดที่เหลือ แล้วแมนฯ ซิตี้ ก็ชนะรวด แต้มเท่ากัน แต่แพ้ประตูได้เสีย) สาเหตุก็อาจจะมาจากตัวของเขาเองนั่นแหละ ที่พลาดเมื่อคืนนี้จนเป็นจุดเปลี่ยนของเกม มันคงจะเป็นฝันร้ายติดตัวเขาไปอีกนาน หรืออาจจะตลอดชีวิตก็เป็นได้

     พูดถึงเกมที่เหลือทั้งลิเวอร์พูล เชลซี และแมนฯ ซิตี้ พูดได้เลยว่า แมนฯ ซิตี้มีโอกาสคว้าแชมป์สูงที่สุด มาดูโปรแกรมที่เหลือของทั้งสามทีมกัน
     ลิเวอร์พูล (เยือน) คริสตัน พาเลซ (เปิดบ้านรับ) นิวคาสเซิ่ล
     เชลซี (เปิดบ้านรับ) นอริช (เยือน) คาร์ดิฟ
     แมนฯ ซิตี้ (เยือน) เอฟเวอร์ตัน (เปิดบ้านรับ) แอสตัน วิลล่า (เปิดบ้านรับ) เวสต์แฮม

     โปรแกรมของทั้งสามทีม ไม่มีอะไรยากเลย แต่สิ่งที่ลิเวอร์พูลเสียเปรียบอีกสองทีมก็คือ ประสบการณ์ในการรับแรงกดดันนั่นเอง ซึ่งตรงนี้แหละครับ ที่อาจจะทำให้ลิเวอร์พูลพลาดอีกทั้งสองเกมที่เหลือ แล้วตกไปจบที่อันดับ 3 เลยก็เป็นได้

     แฟนบอลลิเวอร์พูลอ่านจบแล้ว ก็อย่าพึ่งเคืองผมนะครับ เพราะสิ่งที่ร็อดเจอร์สหวังในฤดูกาลนี้ คือการติด 1 ใน 4 เพื่อไปเล่น UCL ซึ่งตอนนี้เขาก็ทำได้สำเร็จแล้ว แต่ถ้าได้แชมป์พรีเมียร์ลีกไปด้วยก็คือ ของแถมที่วิเศษสุด

     ผมก็หวังว่าฤดูกาลหน้าร็อดเจอร์ส จะตั้งเป้าไว้ที่แชมป์พรีเมียร์ลีก แล้วก็ทำได้สำเร็จเหมือนที่ตั้งเป้าไปเล่น UCL เหมือนฤดูกาลนี้นะครับ

ตอนที่ 51 (เร่ื่องสั้น) ... ปล้น



ณ ปี พ.ศ. 255อืม น้อยไป เอาใหม่

ณ ปี พ.ศ. 25xx อืม ก็ยังดูน้อยไปอยู่นะ เอาใหม่ดีกว่า

ณ ปี พ.ศ. 2xxx อืม ดูเยอะดีแล้วนะ แต่จะพอหรือเปล่าก็ไม่รู้ เอาแบบนี้ดีกว่า

     ณ ปีพุทธศักราชหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าปีพุทธศักราชที่เท่าไหร่ โลกของเรามีความวุ่นวายทางด้านมิติเวลาเป็นอย่างมาก คนจากโลกอนาคตสามารถเดินทางสู่โลกอดีตได้ และคนจากโลกอดีตก็สามารถเดินทางสู่โลกอนาคตได้เช่นกัน วิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างมาก ขนาดพี่มากพระโขนง ยังข้ามมาโลกอนาคต แล้วก็ข้ามจากโลกอนาคตไปหานางนาคตอนที่ยังไม่ตาย แล้วก็พานางนาคข้ามมาอยู่ในโลกอนาคตซะงั้น ตำนานแม่นาคพระโขนง จึงหายไปจากตำนานของไทยในที่สุด

     แต่ในความวุ่นวายของวิวัฒนาการ ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่ยังไม่พัฒนาไปไหนเลย นั่นก็คือ ความเลื่อมล้ำทางสังคม หรือความเลื่อมล้ำของรายได้นั่นเอง ที่ยังคงแบ่งคนรวย คนพอมีกิน และคนจนออกจากกันอย่างชัดเจน โดยที่มีคนพยายามแก้ไขมาตลอดหลายสิบ หลายร้อยปี แต่ก็ดูจะไม่เคยสำเร็จเลย คนรวยก็รวยขึ้นเรื่อยๆ คนจนก็จนเหมือนเดิม เพราะคงจนกว่าเดิมไม่ได้แล้วล่ะ

     และด้วยความแตกต่างทางสังคมที่แก้ไม่หายนี่เอง จึงทำให้คนที่ต้องการสบาย มีเงินใช้ ต้องฉกชิง วิ่งราว ขโมยของไปใช้ ไปขาย รวมไปถึงคิดการใหญ่ด้วยการปล้น เผื่อว่าถ้าหนีพ้นการจับกุม ก็คงมีโอกาสได้ใช้เงินสบายๆกันล่ะ

     "เร็วๆ มีเท่าไหร่ใส่มาให้หมด เคาเตอร์โน้นด้วย ไปขนมาใส่เดี๋ยวนี้" ชายคนหนึ่ง ซึ่งในที่นี้ขอเรียกเขาว่า คนร้าย ได้บุกปล้นธนาคารแห่งหนึ่ง โดยตอนนี้เขาได้สั้งให้พนักงานธนาคารเอาเงินใส่ในตู้เซฟแคปซูลของเขาให้หมด

     "หมดรึยังๆ หมดแล้วใช่มั้ย" คนร้ายท่าทางร้อนรน ถามพนักงานธนาคารที่เป็นคนหยิบเงินใส่ตู้เซฟแคปซูล

     "หมดแล้วครับ ไม่เหลือเลย" พนักงานธนาคารรีบตอบคนร้ายด้วยความกลัว

     "ดีมาก ขอบใจที่ใช้บริการ" คนร้ายเล่นมุขตลกร้ายใส่พนักงานธนาคาร แล้วก็กดตู้เซฟแคปซูล เพื่อให้ตู้เซฟกลายเป็นแคปซูล จะได้เอาใส่กระเป๋าหนีได้สะดวกขึ้น

     "บรึ้มมมม..." คนร้ายกดปุ่มเพื่อให้ตู้เซฟกลายเป็นแคปซูล ตู้เซฟระเบิดควันโขมง แล้วก็กลายเป็นแคปซูลในที่สุด แต่เอ๊ะ พอระเบิดแล้ว แคปซูลหายไปไหน คนร้ายตกใจรีบมองหาแคปซูล

     "ของราคาถูกนี่ มันก็คุณภาพตามราคาจริงๆเลย ระเบิดเสร็จแทนที่จะอยู่กับที่ ดันระเบิดเสร็จกระเด็นไปไหนแล้วเนี่ย" คนร้ายบ่นกับตัวเอง โดยที่พนักงานธนาคารได้แต่มองแล้วแอบขำ

     "นี่ พนักงาน ช่วยมองหาแคปซูลหน่อย ว่ามันระเบิดแล้วกระเด็นไปไหน ถ้าไม่ช่วยหา เดี๋ยวได้เป็นเหมือน รปภ. คนนั้นแน่ๆ" คนร้ายขู่พนักงานธนาคารให้ช่วยหาแคปซูล ไม่งั้นจะต้องแข็งทื่อด้วยปืนแช่แข็งรุ่นใหม่ (แต่ก็แอบราคาถูก) ที่คนโดนยิงจะแข็งทื่อเป็นตอไม้ภายใน 3 วินาที และจะแข็งอยู่นานถึง 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่ถึงแม้จะแข็งทื่อเป็นตอไม้ แต่ระบบภายในของร่างกายก็ยังทำงานเป็นปกติ ถ้าปวดฉี่ ปวดท้องขึ้นมา ก็ต้องปล่อยมันตรงนั้นเลย น่าอับอายเป็นอย่างยิ่ง

     "โน้นครับ กระเด็นไปอยู่ตรงเก้าอี้สีฟ้าตัวที่สองครับ" พนักงานธนาคารกลัวอย่างมาก กลัวจะโดนคนร้ายยิงปืนแช่แข็งใส่ เพราะตอนนี้เขากำลังปวดท้องอยู่ด้วย จึงรีบมองหา และบอกคนร้ายทันที

     "ขอบคุณครับ" ถึงจะเป็นคนร้าย แต่ก็ยังมีความเป็นคนดีอยู่ในตัว เมื่อมีคนช่วยเหลือ ก็ต้องขอบคุณ แหม ช่างเป็นคนร้ายที่นิสัยดีจริงๆ

     คนร้ายรีบหยิบแคปซูล แล้วหนีออกจากธนาคารไปทันที

     พนักงานธนาคารเห็นคนร้ายออกจากธนาคารไปแล้ว ก็รีบไปแจ้งตำรวจทันที โดยธนาคารในยุคนี้จะมีระบบพิเศษที่เรียกว่า ประตูวาร์ป ติดตั้งอยู่ทุกธนาคาร ถ้าคนร้ายโชคร้ายในขณะที่เข้าไปปล้นนั้น ในธนาคารมีพนักงานอยู่หลายคน คนร้ายก็อาจจะโดนตำรวจจับเอาง่ายๆได้ ถ้ามีพนักงานคนใดคนหนึ่งใช้ประตูวาร์ปไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจได้ทันท่วงที เพราะตำรวจก็จะวาร์ปมายังธนาคารได้ทันที แต่ก็ถือว่าโชคดีสำหรับคนร้ายคนล่าสุดนี้ ที่ในตอนที่ไปปล้น เหลือพนักงานอยู่เพียงคนเดียว

     "ไปๆ ตามจับมันมาให้ได้ ท้องที่เราไม่เคยมีใครรอดพ้นฝีมือตำรวจขั้นเทพอย่างพวกคุณไปได้แม้แต่คนเดียว อย่าทำพลาดกันล่ะ" สารวัตรได้รับแจ้งความจากพนักงานธนาคาร ก็สั่งให้ลูกน้องรีบออกตามจับตัวคนร้ายทันที โดยตำรวจที่ออกทำหน้าที่ในครั้งนี้ได้ข้ามประตูวาร์ปของทางธนาคารมาพร้อมกับเทคโนโลยีชั้นสูงของสมัยนั้น

     "โซนิค วิ่งตามกดดัน ถ้าจับได้ก็จับเลย ถ้าจับไม่ได้ก็ไล่ต้อนให้จนมุม เลเซอร์ บิดให้มิด พยายามแซงแล้วดักหน้ามันให้ได้ หรือไม่ก็ชนให้ล้มเลย วิหค บินดูคนร้ายว่าอยู่ตรงไหน แล้วแจ้งให้เพื่อนๆรู้ด้วย แต่ถ้าจับได้ก็จับเลย และสุดท้าย เออ...ไอ้ผี ตามไปเรื่อยๆ และตะครุบตัวคนร้ายเลย เฮ้อ ใครตั้งชื่อคนสุดท้ายเนี้ย เล่นซะหมดความเท่เลย" ตำรวจที่สั่งการอยู่นี้ ขอเรียกว่า กัปตัน

     "โล่กูอยู่ไหน" เฮ้ย ไม่ใช่ กัปตันอเมริกา

     "ผ่านมาทางนี้เมื่อไหร่ ให้เธอเข้ามาทักทายบ้าง..." เฮ้ย ไม่ใช่ กัปตัน ภูธเนศ

     "ออกตามหาเรือแบล็คเพิร์ลกันเถอะ" โว๊ะ ไม่ใช่ กัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ พอดิๆ เดี๋ยวยาว ไม่ใช่กัปตันอะไรทั้งนั้น กัปตันในที่นี้หมายถึง ผู้นำ เข้าใจตรงกันนะ

     "รับทราบครับ" ลูกน้องของกัปตันทั้งสี่คนขานรับคำสั่ง

     "เออ...กัปตันครับ ทำไมเราไม่เอาเทคโนโลยีของทั้งสี่คนมารวมกันเลยล่ะครับ เราจะได้สุดยอดตำรวจ หรือไอ้จ้อนแมนอีกคนเลยนะครับ" หนึ่งในสี่คนที่กำลังจะออกตามจับคนร้ายถามกัปตัน

     "ก็ถ้าเราเอารวมกัน แล้วกลายเป็นไอ้จ้อนแมน งั้นไอ้จ้อนแมนก็ตกงานสิ จริงมั้ยแล้วอีกข้อที่สำคัญคือ ถ้าเรารวมกันแล้ว แล้วคนเขียนมันจะเขียนอะไรล่ะ" กัปตันอธิบายให้ลูกน้องฟัง

     "เออเนอะ จริงด้วย ไปๆ พวกเราไปตามจับคนร้ายกันเถอะ" ลูกน้องคนที่ถามกัปตันได้คำตอบเป็นที่น่าพอใจแล้ว ก็บอกให้เพื่อนๆออกตามจับคนร้ายกันได้แล้ว

     ทั้งสี่คนแยกย้ายกันไปตามจับคนร้ายตามที่กัปตันสั่ง โดยคนที่ไปถึงตัวคนร้ายเป็นคนแรกคือ วิหค เพราะเขาบินไป จึงทำให้เจอตัวคนร้ายเร็วที่สุด

     "ซิ่งหนีออกนอกเมืองเลยเหรอ นึกว่าจะหลบซ่อนภายในที่กบดานก่อนซะอีก ใจกล้าไม่เบานะเราน่ะ" วิหค พูดกับคนร้าย

     "ทีแรกผมก็ว่าจะหลบไปที่ที่พักเพื่อกบดานก่อนเหมือนกันนะ แต่คิดไปคิดมา ผมว่าผมหลบไปก็เท่านั้นแหละ เพราะพวกคุณมีเทคโนโลยีติดตามคลื่นความตื่นเต้นที่ล้ำสมัยซะขนาดนั้น หลบไปก็โดนเจอตัวอยู่ดี สู้พยายามหนีออกจากท้องที่ของพวกคุณน่าจะดีกว่า แต่น่าเสียดายที่มอเตอร์ไซต์บินของผมมันเก่าไปหน่อย แรงอัดอากาศเลยแรงไม่พอจะหนี แล้วในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ผมก็คงต้องสู้ จัดการตำรวจชื่อดังอย่างพวกคุณแล้วล่ะ" คนร้ายพูดไป ยิ้มไป

     "อะไรนะ หนีไม่ได้ หนีไม่พ้น ก็เลยจะจัดการพวกเราแทนงั้นแหรอ นี่แกบ้า หรือเมากันแน่ ที่กล้าพูดแบบนั้น" วิหค ขำคำพูดของคนร้าย

     "ลองดูมั้ยล่ะครับ" คนร้ายท้าทายวิหคซึ่งๆหน้า

     วิหคได้ยินดังนั้นก็ยิงปืนตาข่ายไฟฟ้าใส่คนร้ายทันที แต่คนร้ายก็หลบได้ทัน และยิงปืนแช่แข็งใส่วิหคทันทีเหมือนกัน

     วิหคหลบได้ ก็รีบใช้ปีกไอพ่นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ในการบิน บินขึ้นไปบนฟ้าทันที เพราะวิหคคิดว่าสู้กันซึ่งๆหน้าคงลำบาก เพราะคนร้ายคนนี้ไม่ธรรมดา เป็นคนมีฝีมือในการต่อสู้พอตัวเลยทีเดียว บวกกับที่จริงๆแล้วเขามีหน้าที่ในการติดตามมากกว่าเข้าจู่โจมจับกุมเหมือนอีกสามคนที่เหลือ วิหครีบส่งสัญญาณให้อีกสามคนรู้ว่า คนร้ายอยู่ตรงไหน เพื่อให้รีบมาจับตัวคนร้าย

     "มาได้ไกลเหมือนกันนะ แต่ก็คงจบอยู่แค่นี้แหละ ยอมมอบตัวซะดีๆ จะได้ไม่เจ็บตัว" โซนิค และเลเซอร์ มาถึงในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน โดยที่โซนิคนั้นมีเทคโนโลยีที่เรียกว่า ขาจรวด ที่สามารถทำให้วิ่งเร็ว และกระโดดได้ไกลได้กว่าคนธรรมดาหลายเท่า โดยสามารถเร่งความเร็วในการออกตัวได้ถึง 100 เมตรต่อ 3 วินาที ส่วนเลเซอร์ จะมีรถมอเตอร์ไซต์บินที่เหมือนกับคนร้าย แต่รถของเลเซอร์เป็นรุ่นใหม่ และสั่งทำพิเศษมีใช้เฉพาะตำรวจ โดยสามารถเร่งความเร็วในการออกตัวได้ถึง 100 เมตรต่อ 2 วินาที ทางด้านวิหค ก็มีปีกไอพ่นที่สามารถเร่งความเร็วในการออกตัวได้ถึง 100 เมตรต่อ 1 วินาทีเลยทีเดียว เรียกได้ว่า แทบจะหายตัวกันได้เลยทีเดียว

     "ผมมาได้ไกลขนาดนี้ แล้วผมก็จะไปให้ไกลกว่านี้อีก พวกคุณจับผมไม่ได้หรอก" คนร้ายท้าทายทั้งสามคน

     "กล้ามากที่พูดแบบนี้" โซนิค พูดขึ้นพร้อมกับตั้งท่าจะวิ่งเข้าใส่คนร้ายที่อยู่ห่างเพียง 10 เมตรเท่านั้น ซึ่งระยะเท่านี้ ก็อาจจะเหมือนโซนิคหายตัวเข้าไปจับคนร้ายได้เลย

     "พรึ่บ" โซนิควิ่งเข้าไปจับคนร้ายด้วยความเร็วสูงสุด เพื่อที่คนร้ายจะได้ไม่ทันหลบ แต่เขาก็พลาดอย่างไม่น่าเชื่อ

     "ทำอะไรเหรอครับคุณตำรวจ ผมอยู่นี้ มาจับสิครับ" คนร้ายยิ้มอย่างผู้ชนะ และเขาก็ยังยืนอยู่ห่างจากโซนิค 10 เมตรเท่าเดิม

     "อะไรกัน ไม่น่าเชื่อ นี่แกทำอะไรกันแน่ ฉันว่าฉันพุ่งตัวออกไปแล้วนะ ไม่ได้หยุดอยู่กับที่" โซนิค ไม่เข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

     "พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ" โซนิค พยายามพุ่งเข้าหาคนร้ายอีกสามครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผล คนร้ายยังคงยืนยิ้ม และอยู่ห่างจากเขา 10 เมตรเท่าเดิม

     "ถอยไปโซนิค ของฉันลองบ้าง" เลเซอร์ ซึ่งมีรถที่มีความเร็วในการออกตัวเร็วกว่าโซนิคขอลองบ้าง

     "พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ" เลเซอร์ ที่พยายามบิดมอเตอร์ไซต์เข้าชนคนร้าย ก็ไม่สามารถขับชนได้เหมือนกัน นี่มันเกิดอะไรขึ้น

     วิหค ซึ่งบินอยู่บนฟ้าเห็นเพื่อนทั้งสองคนขยับไปข้างหน้า แต่ก็วนกลับมาที่เดิม เหมือนทั้งสองคนจะวิ่งผ่านประตูมิติอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่เขาก็มองไม่เห็นขอบของประตูมิติเลย เขาจึงตัดสินใจขอลองบินเข้าไปจับคนร้ายดูบ้าง เพราะเทคโนโลยีของเขา มีความเร็วที่สุดในสามคนนี้แล้ว

     "พรึ่บ พรึ่บ" วิหค บินเข้าไปหาคนร้ายแค่สองครั้งก็หยุด เพราะเขาคิดว่าคงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องพยายาม เพียงแต่เขาไม่เข้าใจเท่านั้นว่าเพราะอะไร พวกเขาทั้งสามคน ถึงเข้าไปจับคนร้ายไม่ได้ และนี่มันเทคโนโลยีอะไรกัน ที่ทำให้พวกเขาเข้าใกล้คนร้ายไม่ได้เลย

     "เอ้าๆ งง ล่ะสิครับ ว่าทำไมเข้ามาจับผมไม่ได้" คนร้ายทำท่าทางสบายๆ เยาะเย้ยตำรวจทั้งสามคน

     "เข้าไปจับเป็นไม่ได้ ก็ยิงทิ้งเลยละกัน" เลเซอร์ โมโหมาก บอกให้เพื่อนอีกสองคนยิงคนร้ายจับตายเลยก็แล้วกัน

     "ปังๆๆๆ...พรึ่บๆๆๆ ปรี๊ดดดดด...พรึ่บบบบบบ" โซนิค และวิหค ยิงปืนพกรุ่นใหม่ ที่สร้างกระสุนจากละอองน้ำในอากาศผสมกับความร้อนจากพระอาทิตย์เข้าใส่คนร้าย แต่ก็ไร้ผล เพราะกระสุนวิ่งเข้าไปที่คนร้าย แล้วก็หายไปซะเฉยๆ ส่วนเลเซอร์ ก็ยิงปืนเลเซอร์ความร้อนสูงเข้าใส่คนร้าย แต่ผลก็เหมือนกัน คือเลเซอร์มันหายไปซะเฉยๆก่อนจะถึงตัวคนร้าย ทำให้ทั้งสามคนเริ่มหมดหนทางจะจับคนร้ายแล้ว

     "ยอมแพ้กันแล้วล่ะสิ ทีนี้ตาผมบ้างแล้วนะ" คนร้ายพูดจบ ก็ยกมือขึ้นมา แล้วพนมมือไว้ ก่อนจะท่องคาถาอะไรสักอย่าง แล้วร่างของเขาก็ค่อยๆหายไป

     "อะไรกัน!!!" ทั้งสามคนตกใจพูดพร้อมกัน ที่อยู่ๆคนร้ายก็หายตัวไปต่อหน้าต่อตา

     "แกนี่ ร้ายกาจไม่เบาเลยนะ มีทั้งเทคโนโลยีจากอนาคต และวิชามนต์ดำจากอดีต" ชายคนหนึ่งพูดขึ้น พร้อมกับถือไม้คมแฝกมาด้วย

     "ผัวะ!!!" ชายคนที่อยู่ๆก็มาปรากฏตัวต่อหน้าตำรวจทั้งสามคน และคนร้าย เอาไม้คมแฝกฟาดเข้าไปที่คนร้ายอย่างจัง จนคนร้ายต้องคลายมนต์หายตัว

     "ยังคงร้ายกาจเหมือนเดิมนะครับ ไอ้จ้อนแมน ตามผมทันจนได้ รู้ว่าผมมีเทคโนโลยีอะไร และรู้ว่าผมมีมนต์ดำที่ร่ำเรียนมาจากอดีตอีก" คนร้ายยอมรับในฝีมือ และความรอบรู้ของไอ้จ้อนแมน แต่เขาก็ไม่ยอมโดนจับง่ายๆแน่

     "เทคโนโลยีบาเรียระดับ 7 ดาวสินะ ที่แกใช้อยู่ ไม่น่าเชื่อว่าแกจะหามาใช้ได้ เพราะราคามันแพงน่าดู นี่แกคงปล้นมาหลายที่ หลายมิติเวลาแล้วสินะ บาเรียที่มีประตูมิติซ้อนกันถึง 7 ชั้น สามารถป้องกันวัตถุที่มีความเร็วเกิน 100 เมตรต่อ 10 วินาทีได้ ถ้ามีวัตถุอะไรที่เร็วกว่านั้นวิ่งมาชนบาเรียแก มันก็จะวาร์ปส่งจากประตูมิติที่ใกล้ตัวแกที่สุด ไปโผล่ที่ระตูมิติที่ห่างที่สุด มันเป็นเทคโนโลยีที่เอาไว้สกัดกั้นจรวด ให้มันบินวนไปวนมาจนเชื้อเพลิงหมดสินะ ไหนจะความสามารถป้องกันอาวุธที่มีความร้อนเกิน 50 องศาอีก ถ้ามีวัตถุอะไรที่ร้อนเกิน 50 องศาวิ่งไปชนบาเรียแก มันก็จะโดนสลายไปได้ในพริบตา เรียกได้ว่า เป็นบาเรียที่สมบูรณ์แบบทีเดียว แต่น่าเสียดาย ป้องกันไม้คมแฝกของฉันไม่ได้" ไอ้จ้อนแมน อธิบายถึงเทคโนโลยีที่คนร้ายใช้อยู่ จนตำรวจทั้งสามคนอึ้งไปเลย

     "ถูกต้องนะคร้าบบบบ ผมปล้นมาแล้วหลายที่ หลายมิติเวลา แล้วตอนนี้ผมว่าผมจะเลิกปล้นแล้วล่ะ เพราะผมได้เงินเป็นที่น่าพอใจแล้ว กำลังจะกลับไปอยู่ในอดีตอย่างมหาเศรษฐี แต่พวกคุณมาขัดขวางผมแบบนี้ งั้นผมก็ต้องขอจัดการพวกคุณเป็นการทิ้งท้าย ก่อนจะวางมือเลิกปล้นก็แล้วกันนะครับ" คนร้ายพูดจบ ก็หยิบเข็มฉีดยาสีเขียวออกมา โดยข้างๆเข็มฉีดยาเขียนไว้ว่า นักรบเทพระดับ 10

     "แย่แล้ว ถ้าคนร้ายแปลงร่างเป็นนักรบเทพระดับ 10 ได้ ผมก็คงรับมือลำบากแน่ๆ พวกคุณรีบช่วยผมจัดการคนร้ายเร็วเข้า วิ่งเข้าไปจัดการเขาด้วยความเร็วปกตินะ จะได้ไม่โดนวาร์ป" ไอ้จ้อนแมนรีบขอให้ตำรวจทั้งสามคนช่วย

     "ไม่ทันหรอก" คนร้ายกำลังจะเอาเข็มฉีดยาแทงที่แขนตัวเอง เพื่อแปลงร่างให้กลายเป็นนักรบเทพระดับ 10 แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจ เมื่ออยู่ๆเข็มฉีดยาถูกปัดกระเด็นไป

     "อะไรกัน!!!" คนร้ายตกใจอย่างมาก ได้แต่ยืนงงอยู่ระยะหนึ่ง

     "คนที่ใช้มนต์ดำได้ ไม่ได้มีแต่คุณคนเดียวนะครับ" ชายคนหนึ่งพูดขึ้นใกล้ๆตัวของคนร้าย เขาคือ ไอ้ผีนั่นเอง ด้วยความสามารถที่เขามีมนต์ดำหายตัวได้ เขาถึงได้รับฉายาว่า ไอ้ผีนั่นเอง

     "ลูก...กินข้าวได้แล้วครับ กับข้าวเสร็จแล้ว ร้อนๆเลย" แม่เรียกผมกินข้าวซะแล้ว เอาไว้ค่อยมาต่อตอนจบระหว่าง คนร้ายฝีมือเด็ด กับไอ้จ้อนแมน และตำรวจอีกสี่คนทีหลังนะครับ

     ผมออกจากห้องของตัวเองแล้วปิดประตู โดยที่ประตูหน้าห้องของผมมีป้ายติด แล้วเขียนว่า "สตีเฟ้น สปีดเบิก"